หน้าแรก ภูมิภาค น้ำในแม่โขงเร...

น้ำในแม่โขงเริ่มลดลง ส่งผลแม่น้ำต่างๆ ภาคอีสานระบายดีขึ้น

10.09.18 | 14:21 น.

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาต่างๆ อาทิ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ แม่น้ำชี-มูล ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกขึ้น ส่งผลดีต่อพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม สถานการณ์น้ำคลี่คลายดีขึ้น

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสายหลักต่างๆ ในภาคอีสาน หลายแห่งมีแนวโน้มเริ่มลดลง โดยสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสงคราม ที่สถานี Kh.98 อ.เซกา จ.บึงกาฬ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 55 เซนติเมตร ปริมาณน้ำจะไหลต่อมายังสถานี Kh.55 อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ปัจจุบันระดับน้ำลดลงเหลือ 63 เซนติเมตร แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำสงครามเริ่มลดลง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตามลำดับ ปัจจุบัน (10 ก.ย. 61) ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มทรงตัวและเริ่มลดลงเล็กน้อย ที่สถานี Kh.1 บ้านมีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ลดลงจากวานนี้ (9 กันยายน) 52 เซนติเมตร สถานี Kh.100 บ้านพันลำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ลดลงจากวานนี้ 9 เซนติเมตร สถานี Kh.16B บ้านท่าควาย อ.เมือง จ.นครพนม ลดลงจากวานนี้ 20 เซนติเมตร และสถานี Kh.104 วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ลดลงจากวานนี้ 25 เซนติเมตร จะเห็นว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงต่ำกว่าระดับตลิ่งทุกสถานี ซึ่งจะส่งผลดีต่อลำน้ำสาขาในเขตจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้เร็วขึ้น


สถานการณ์น้ำในลำน้ำอูนยังคงมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง เนื่องจากสภาพน้ำในลำน้ำสงครามและแม่น้ำโขงยังมีระดับสูงอยู่ ถึงแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม ทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำอูนลงสู่ลำน้ำสงครามได้ช้า เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการปรับลดการระบายน้ำ เหลือวันละประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม.เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ ปัจจุบันเขื่อนน้ำอูนมีปริมาณน้ำ 548 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 105 ของความจุอ่าง มีน้ำไหลลงอ่างวันละ 5.23 ล้าน ลบ.ม. โดยยังคงระบายน้ำจากเขื่อนน้ำอูนผ่านช่องทางระบายน้ำต่างๆ อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของอ่างเก็บน้ำและเตรียมพื้นที่ไว้รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาอีกในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำควบคุมปริมาณในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสมกับช่วงเวลา พร้อมกับการจัดจราจรน้ำในลำน้ำต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกัน ให้ระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมไว้แล้ว