แม่ 72 ร้องไห้ดีใจ ลูกชายกลับบ้าน หลังหายไป 19 ปี เผย ‘เคยถูกทำร้ายปางตาย-ติดคุกมาเลย์’

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากชาวบ้านว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.สังขะ จ.สุรินทร์ มีการจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อไม้ข้อมือต้อนรับนายสมศักดิ์ สมยิ่ง อายุ 50 ปี ที่หายออกจากบ้านไปนานถึง 19 ปี หลังออกไปทำงานรับจ้างก่อสร้างที่ต่างจังหวัดกับคนในหมู่บ้านจนไม่สามารถติดต่อได้ และไม่กลับมาบ้านอีกเลย จู่ๆ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและญาติพี่น้อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางเอือด สมยิ่ง อายุ 72 ปี แม่ของนายสมศักดิ์ โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอดมาคิดถึงลูกมาก คิดว่าเขาตายไปแล้ว ทำบุญหาเขาตลอด ตอนนี้เห็นลูกกลับมาบ้านแบบนี้แม่ก็ดีใจมากที่สุด ไม่อยากจะได้อะไรอีกแล้ว ลูกหายไปตั้ง 19 ปี แม่ก็เสียใจเหมือนกัน สงสารลูก ไม่รู้ว่าลูกจะอยู่แบบไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร เห็นลูกกลับมาแม่ก็ดีใจ ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้

ด้านนายสมศักดิ์ ซึ่งพบว่าที่บริเวณหูทั้ง 2 ข้าง บิดเบี้ยวผิดรูป รวมทั้งหน้าผากและหน้าแข้งขาข้างขวามีร่องรอยการถูกทำร้าย โดยนายสมศักดิ์เผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปี’42 ตนได้ออกจากบ้านไปหาทำงานกับเพื่อนในหมู่บ้าน ตอนนั้นอายุประมาณ 31 ปี โดยพากันไปทำงานก่อสร้างที่ กทม. ต่อมาเพื่อนได้หนีกลับมาก่อน ทิ้งให้ตนอยู่ที่นั่นคนเดียว ซึ่งตนไม่รู้หนังสือก็เลยหาทางกลับไม่ได้ เร่ร่อนไปหาทำงานตามที่ต่างๆ เรื่อยมา ส่วนมากจะเป็นงานก่อสร้าง

“จากนั้นไปทำงานก่อสร้างที่ จ.ภูเก็ต จนปี’58 มีเพื่อนชวนไปลงเรือจับปลา โดยมีนายหน้าที่อยู่ จ.สมุทรปราการ เป็นผู้ประสานงานให้ ว่าจะได้เงินเดือนเดือนละ 9 พันบาท พร้อมทั้งได้ยึดบัตรประชาชนไว้ด้วย ซึ่งขณะที่อยู่บนเรือหาปลาลำบากและทรมานมาก ไม่ค่อยได้ขึ้นฝั่ง และได้ถูกเพื่อนที่อยู่บนเรือด้วยกันทำร้าย พวกเขาเสพยาเสพติด ก่อนจะใช้พลั่วตีเข้าที่หัวบาดเจ็บหลายแห่ง ทั้งใบและหน้าผาก จนในที่สุดได้ถูกทางการมาเลเซียจับกุม ติดคุกอยู่ที่มาเลเซียหลายเดือนกว่าจะได้ออกมา โดยการช่วยเหลือของมูลนิธิปวีณารับกลับมาประเทศไทย และทางบริษัทนายหน้าได้ให้ไปทำงานอยู่ที่โรงน้ำแข็งอีก 2 เดือน ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เพราะไม่มีหลักฐานเอกสารยืนยันตัวตน

“จากนั้น จนท.ตร.พามาส่งที่บ้านน้องสาวที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ส่วนเงินที่ทางบริษัทนายหน้าว่าจะให้ตอนไปลงเรือ 6 หมื่นบาท ตอนนี้ได้มาแค่ 4 หมื่นบาทเท่านั้น และไม่รู้ว่าให้ครบตามที่ตกลงหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับมาบ้าน ตนเองกลับมาไม่ถูกเพราะไม่รู้หนังสือ จนเวลาล่วงเลยไปถึง 19 ปี ยอมรับว่าคิดถึงบ้านและแม่มาก” นายสมศักดิ์กล่าว

น.ส.นวลจันทร์ สมยิ่ง อายุ 53 ปี พี่สาวนายสมศักดิ์ บอกว่า ตอนนี้บริษัทที่พาน้องชายไปทำงานบนเรือประมงเขาส่งเงินมาให้แล้ว 4 หมื่นบาท พอดีได้เบอร์ทางนายหน้ามาเลยได้โทรไปถามเขาว่าทำไมน้องชายกลับมาสภาพไม่เหมือนเดิม หน้าตามีรอยเต็มไปหมด เขาบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน จึงถามเรื่องเงินว่าเขาให้มาแค่นี้หรือ เขาบอกว่าใช่และเดี๋ยวเขาจะโทรไปถามทางมาเลเซียดูให้อีกที พอวันหลังเขาโทรมาหาน้องสาวบอกว่าเงินเขาทั้งหมดเหลืออยู่แค่ 4 หมื่นบาท ก่อนจะขอเลขบัญชีและโอนเงินมาให้ ก็เลยคิดว่าเขาให้มาแค่นี้ก็ดีแล้ว ให้แค่น้องชายเรามีชีวิตกลับมาถึงบ้านก็ดีใจแล้ว

“ที่ผ่านมาตลอด 19 ปี พวกเราออกตามหาอยู่ตลอด ทั้งลงเฟซบุ๊ก ลงไลน์ประกาศหาตามหน่วยงานต่างๆ รวมถึงติดต่อรายการที่เขารู้เวลามีคนขึ้นเรือลงเรือ เขาก็จะแจ้งมาบอกประจำทุกปีว่าไม่มีคนชื่อนี้ขึ้นลงเรือนะ” น.ส.นวลจันทร์กล่าว

นายบุญช่วย ทองจันทร์ อายุ 55 ปี ญาตินายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายสมศักดิ์หายไปนานจนทางบ้านคิดว่าตายไปแล้ว จนแม่และญาติพี่น้องได้ทำพิธีเผาแบบโบราณให้ มีโลงมีอะไรทั้งหมด ทำพิธีเหมือนคนตายจริงๆ ประมาณ 2 ปีที่แล้วที่ทำ คิดว่ายังไงก็ตายไปแล้วแน่นอน และหากว่าถ้าเขายังไม่ตายก็ขอให้เขาร้อนรนกระวนกระวายใจให้คิดถึงบ้าน อยากกลับมาบ้าน เราไม่คิดว่าเขาติดคุกอยู่ที่มาเลเซีย ตนทำงานอยู่กู้ชีพก็พยายามเช็กกับเพื่อนฝูงที่ทางภูเก็ตอยู่ตลอด มีข่าวมาเรื่อยๆ ว่ายังมีชีวิตอยู่ จนมาทำบุญ คิดว่าไม่อยู่แล้ว ส่วนแม่เวลางานสารทหรืองานอะไรก็จะร้องไห้แบบนี้ตลอด ทำบุญให้ตลอด แล้วอยู่ๆ เขาก็โผล่มาเลยที่บ้านน้องสาว ที่อำเภอปราสาท โดยครั้งแรกเขาว่ามูลนิธิปวีณาไปรับตัวที่มาเลเซียกลับมาไทย ผมก็ยังงงที่เขาพูดบอกตนว่า ทำไมเขาไม่ส่งกลับถึงบ้านเลย ทำไมต้องให้ไปทำงานที่โรงน้ำแข็งที่สมุทรปราการอีก

ขณะที่นายจิรกิต ศรีไสย กำนันตำบลสังขะ บอกว่า ตอนนี้ได้ติดต่อประสานในเรื่องการทำบัตรประจำตัวประชาชนให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โชคดีที่เขายังไม่ย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนกลาง ถ้าเป็นแบบนั้นจะยุ่งยากเข้า ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ได้บัตรประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บทความก่อนหน้านี้ชื่นชม 2 สาว ช่วยชีวิตลูกแมวกลางถนนเสี่ยงรถทับ
บทความถัดไปสหรัฐสั่งอพยพประชาชน 1.5 ล้านคน หนี ‘เฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์’