
เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 11 กันยายน ที่โรงแรมเลยพาเลซ อ.เมือง จ.เลย พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.กฤษกร พลีรัญญวงค์ รอง ผบช.สกบ.พล.ต.ต. สุดพิเศษ เอกศิริผบก.ภ.จ.เลย ได้ร่วมเปิดประชุมตรวจเยี่ยมแจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการบริหารหนี้สิน โดยมีตำรวจ 192 คน ผู้ได้รับความเสียหาย ร่วมเข้าประชุม พร้อมเผยยึดทรัพย์มาได้แล้วกว่า 130 ล้านบาท
พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ในเรื่องของสหกรณ์เลย เนื่องจากท่านอดีตผู้การเลยที่ได้ฉ้อโกงเงินของลูกน้องไป ตนในนามของภาค 4 เนื่องในการสืบทรัพย์ที่นำเงินเอาไปจากตำรวจไป ได้ไหลเข้าไปสู่ผู้ต้องหา และมีการไหลกระจายไปต่อโดยมีพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพ ทางภาคใต้ก็มี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 4 ได้ประสานกับ ผบ.ตร.มีการแต่งตั้งพนังงานสืบสวนสอบสวน เนื่องจากมีการขยายผลไปหลายภาค โดยจริงคดีนี้จากการสืบสวนได้เริ่มจากผู้ต้องหาจากภาคเหนือ ทางภาค 5 ซึ่งเราได้ดำเนินการการยึดทรัพย์ไปแล้วทั้ง กรุงเทพฯ ขอนแก่น ได้มา 61 ล้านบาท ต่อมาได้ไปยึดทรัพย์ที่เชียงใหม่ ได้มาเพิ่มอีกประมาณ 70 ล้านบาท รวมเป็น 130 กว่าล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันทาง ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งให้รอง ผบ ตร พล.ต.อ รุ่งโรจน์ แสงคร้าม มาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และได้ประสานงานกันกันกับ ภาค 4อย่างใกล้ชิด

พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวต่อว่าในการประชุมพบปะกับตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 อย่างน้อยก็อยากจะให้ความเชื่อมั่นว่า เงินที่เขาสูญเสียไปทางภาค 4 ทั้งทางตำรวจรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร.ท่านก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการทำคดีนี้โดยเฉพาะ และคดีก็ได้ก้าวหน้าไปมาก เพราะว่าเงินที่โกงไปไหลไปหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ อีสาน อยู่ในระหว่างการเร่งรัดที่จะสืบทรัพย์ให้ได้มา ทั้งตรวจทั้งค้นเพื่อจะทำการตรวจยึดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำผิด ซึ่งในการตรวจยึดยังไม่หมด และไม่อาจจะบอกได้ว่า จะพอใช้คืนกับตำรวจที่ได้รับความเสียหายหรือไม่ แต่จะยึดไปเรื่อยๆ เงินที่ไหลไปเข้าใครอยู่กับใครจะต้องเอามาคืนมาให้หมด ส่วนใหญ่ทรัพย์ที่คาดว่ายังอยู่ในเขตของขอนแก่น หนองบัวลำพู กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเท่าที่สืบทราบมายังไหลไปที่ภาค 8 ก็มี อยู่ไหนเราก็จะตามยึดให้หมด

