เมื่อวันที่ 11 ก.ย. มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจ รวมพลคนสมุย “Napatti Eve Olive” ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุบนถนนทวีราษฎร์ภักดี เส้นทางระหว่างบ้านเฉวง ต.บ่อผุด -บ้านละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย นอนอยู่บนถนน เป็นผู้หญิง 1 ราย และนักเรียน 2 ราย ส่วนสาเหตุมาจากลื่นน้ำเสียจากรถขยะที่หกเรี่ยราดบนถนน โดยผู้ที่โพสต์ได้เขียนข้อความอีกว่า
“ต้องบาดเจ็บอีกเท่าไร ต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิต หากร้ายแรงกว่านี้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขอย่างจริงจังได้แล้วกับสภาพถนนเกาะสมุย ที่มีแต่คราบน้ำขยะไหลลงพื้นถนน ส่งกลิ่นเหม็นจนแสบจมูก และอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เช้านี้ทนดูไม่ไหวจริงๆ กับแม่ที่พาลูกๆ ไปเรียนเพื่อกลับมาเป็นอนาคตของชาติบ้านเมืองในอนาคต ต้องมานั่งริมทางร้องไห้ระงม เจ็บตัวหัวแตกทั้งชุดนักเรียน แทนที่จะได้ไปโรงเรียนเคารพธงชาติ กลับต้องไปโรงพยาบาลแทน”
“ผมเชื่อว่าทุกคนอยากมีเช้าวันใหม่ที่สวยงาม สูดอากาศยามเช้าที่สดชื่น ยามค่ำคืนอันตรายคูณสอง หากมีรถใหญ่ขับตามมา อาจจะเกิดการสูญเสีย แสงสว่างในยามค่ำคืนมืดสนิท ส่วนนี้จากที่เคยมีไฟส่องสว่าง ขอให้แม่กับลูกๆ ปลอดภัยทุกคนนะครับ ขอบคุณน้ำใจคนไทยที่ช่วยกันและประสานงานรถพยาบาลมาช่วยเหลือ”
“ฝากแชร์ให้ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน บ้านเราในสายตาต่างชาติ จะได้มีแต่เรื่องดีงามครับ ขอบคุณครับ”
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงไปสำรวจพื้นที่ที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นทางลาดชันมีโค้งคดเคี้ยว รถวิ่งสวนไปมาตลอด และที่พื้นถนนยังส่งกลิ่นเหม็นคาวของน้ำเสีย ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยังจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ และผู้เจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้
จึงได้ไปสอบถามชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์เส้นทางนี้เป็นประจำ บอกว่า เส้นทางนี้จะมีน้ำขยะไหลจากรถขยะลงบนถนนเส้นทางนี้เป็นประจำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ อยากให้ผู้รับผิดชอบมาแก้ไขให้ดีขึ้น เร็วขึ้น จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุแบบนี้ น่าจะดีมาก เพราะแถวนี้โค้งเยอะ ถนนแคบ ผิวขรุขระ และยังมีน้ำขยะไหลมาอีก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูอาการบาดเจ็บของผู้ประสบอุบัติเหตุ พบว่าแม่กับลูกชาย 2 คน อาการปลอดภัยแล้ว แพทย์ได้รักษาและอนุญาตให้มาพักผ่อนรักษาอาการบาดเจ็บที่บ้าน ผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อว่า นางสายลัดดา หงษ์ทอง อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ บาดเจ็บฉีกขาดที่คางเย็บ 35 เข็ม แผลถลอกตามใบหน้า แขน และขา ด.ช.มาร์เล่ย์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นป.3/1 มีแผลฉีกขาดที่แขนเย็บ 20 เข็ม แผลถลอกใบหน้า และด.ช.บ๊อบ อายุ 7 ปี เด็กนักเรียนชั้นป.1/3 ได้รับบาดเจ็บแผลถลอกที่ขาทั้งสองข้าง
นางลัดดา เล่าว่า ทุกวันจะขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกชายที่โรงเรียนเทศบาล1 วัดละไม รู้อยู่แล้วว่าเส้นทางนี้จะมีน้ำขยะไหลมาบนถนนอยู่ประจำและก็ได้ระมัดระวังแล้ว แต่วันนี้น้ำขยะไหลมามากจนเต็นถนน ก็พยายามขี่ริมขอบถนนแล้ว แต่ว่าไม่พ้น รถจักรยานยนต์ได้เสียการทรงตัวลื่นไถลไปกับพื้นถนน แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีรถวิ่งตามหลังมา ถ้ามี จะอันตรายมากกว่านี้ นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์แม่กับลูกอีกคันที่ขี่ตามกันมาได้รับอุบัติเหตุบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ไขปัญหานี้เพราะอันตรายมาก ขนาดเราอยู่ในพื้นที่ที่ระวังแล้วยังเกิดอุบัติเหตุ และยิ่งมีนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ปัญหานี้ก็จะได้รับอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน
ด.ช.มาร์เล่ย์ กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกตกใจ กลัว และเจ็บที่แผล ตอนช่วงเกิดเหตุเดินไม่ได้ เจ็บขา อยากให้ผู้ใหญ่มาแก้ไขเพราะต้องใช้เส้นทางนี้เดินทางไปโรงเรียนทุกวัน


