จากกรณีที่ เขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาอีกวันละ 6 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมระบายวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 7 ไปจนถึง 13 กันยายน 2561 และล่าสุดได้เตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 32 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระหว่างวันที่ 14 – 30 กันยายน 2561 ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำในปริมาณที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เขื่อนฯ เปิดใช้งานมาในรอบ 37 ปี เนื่องจากต้องเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะเข้ามาตามฤดูฝนในอีก 1 – 2 เดือนนี้ นั้น
ล่าสุดวันนี้ 12 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ เขื่อนศรีนครินทร์ ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาอีกวันละ 6 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมระบายวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเขื่อนท่าทุ่งนา ได้ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ คือ ระบายน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. (324 ลบ.ม.ต่อวินาที) โดยระบายผ่านช่องทางปกติ 22 ล้าน ลบ.ม. (255 ลบ.ม.ต่อวินาที ผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีอยู่ จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเต็มกำลังการผลิตแล้ว) และระบายผ่าน Sand Flush Gate (ตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับทางระบายน้ำล้น (Spillway)) อีกจำนวน 6 ล้าน ลบ.ม. (69 ลบ.ม.ต่อวินาที) โดยได้ทำการยกประตูดังกล่าวขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร แต่ยังไม่ได้ระบายผ่านสปิลเวย์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 บานแต่อย่างใด และในวันที่ 14 ก.ย.61 ที่เขื่อนศรีนครินทร์จะทำการปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ทางเขื่อนท่าทุ่งนาก็จะทำการยกประตู Sand Flush Gate ขึ้นจากระดับเดิมอีกประมาณ 35-40 เซนติเมตร ซึ่งจะทำให้สามารถระบายน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม. เป็น 10 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็นวันละ 32 ล้าน ลบ.ม. ตามแผนการระบายน้ำที่ได้กำหนดไว้
โดยจะทำการปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดผ่าน Sand Flush Gate วันละ 1 ล้าน ลบ.ม. จากเดิม 28 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน กระทั่งไต่ระดับไปจนอยู่ที่ 32 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อลดผลกระทบทางด้านท้ายน้ำให้น้อยที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำหลาก (Side flow) จากลำน้ำสาขาไหลลงมาสู่แม่น้ำแควใหญ่ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กลองด้วย ซึ่งจากการคำนวณคาดการณ์ว่าระดับน้ำในลำน้ำแควใหญ่จะเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 30-40 เซนติเมตร
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแควใหญ่ โดยภาพรวมระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างช้าๆ ซึ่งเมื่อเวลา 15.00 น. ที่สถานี K.35 A บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งเช่นกัน ประกอบกับมีลำน้ำสาขาจากลำห้วยลำตะเพิน ไหลมาสมทบ ส่งผลให้ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 5.35 เมตร (ระดับตลิ่ง 5.50 ม.) ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง -0.15 เมตร ซึ่งพบว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ล้นตลิ่งแต่อย่างใด จะมีเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวตลิ่งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังเรื่องระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เขื่อนศรีนครินทร์จะปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาเป็น 32 ล้าน ลบ.ม.ในวันที่ 14 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เป็นวันแรก
ขณะที่วันนี้ เขื่อนแม่กลอง มีระดับน้ำน้ำเหนือเขื่อน +22.08 ม.รทก. ระบายท้ายเขื่อน 919 ลบ.ม.ต่อวินาที และผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 110 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมระบายอยู่ที่ 1,029 ลบ.ม.ต่อวินาที คิดเป็น 88.9 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

