เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 16 กันยายน ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดกิจกรรมศิลปกรรมบ้านป่าแหว่งสัญจร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามมติของกรรมการจังหวัดและชาวเชียงใหม่ ย้ายคนออกจาก 9 อาคารชุด และส่งคืนพื้นที่พิพาท กรณีความขัดแย้งโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการที่ยังคงยืดเยื้อ โดยเครือข่ายได้ขึงผ้าสีเขียวและป้ายกระดานให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น รับสกรีนข้อความและรูปภาพแสดงพลังให้เร่งรื้อบ้านพักและย้ายออกจากอาคารชุดที่รุกล้ำเข้าไปในเขตป่า ฟ้อนล้านนาโมเดิร์น ก่อนที่แกนนำ อาทิ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่าย นายชัชวาล ทองดีเลิศ นายบัณรส บัวคลี่ นางคำศรีดา แป้นไทย และ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ จะร่วมกันผูกริบบิ้นและเคาะระฆังที่ผูกกับอนุสรณ์สถานบ้านป่าแหว่ง เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลให้รีบตัดสินใจ

หลังจากนั้นนายธีระศักดิ์ ได้กล่าวว่า การเคาะระฆังคือ การส่งเสียงให้รัฐบาลรีบตัดสินใจก่อนที่การชุมนุมจะยกระดับความรุนแรงขึ้นไปอีกขั้น เพราะคนเชียงใหม่และคนรักษ์ป่าทุกคนไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เงียบไปเฉยๆ
ทั้งนี้เครือข่ายได้ออกแถลงการณ์เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เรื่อง ไม่มีความคืบหน้าหลังครบหนึ่งเดือนนับจากคณะกรรมการระดับจังหวัดมีมติรื้อนับตั้งแต่16 สิงหาคม 2561 เนื้อหาระบุว่า ในวันนี้ 16 กันยายน 2561 เป็นวันครบรอบ 1 เดือนนับจากคณะกรรมการกำหนดแนวทางการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ได้มีมติให้ดำเนินการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างบ้านพัก 45 หลังและอาคารชุด 9 หลังลงมายังพื้นราบ และยังเป็นเวลาล่วงเลยกว่า 20 วันนับจากสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรมประกาศว่าการก่อสร้างบ้านพัก 45 หลังกำหนดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561
จากการสังเกตจากรั้วรอบนอกก็พบว่าการก่อสร้างทั้งปวงแล้วเสร็จหมด ไม่มีงานของผู้รับเหมาปรากฏให้เห็น แต่ทว่าคณะกรรมการชุดใหญ่ซึ่งมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) ยังไม่สามารถกำหนดวันประชุมเพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาให้ชัดเจน เด็ดขาดได้ว่านับจากนี้จะทำอย่างไรกับโครงการบ้านพักข้าราชการ “ป่าแหว่ง” 45 + 9 หลัง ที่รัฐบาลเคยรับปากว่าจะไม่ให้มีผู้อาศัยเด็ดขาดและให้ฟื้นฟูกลับมาเป็นป่าสมบูรณ์มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพื่อมิให้ปัญหานี้ลุกลาม และคาราคาซังข้ามไปยังรัฐบาลใหม่ และอาจจะยกระดับกลายเป็นปัญหาอื่นๆ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพขอเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรมและรัฐบาล ประสานงานและร่วมกันเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เกิดการตัดสินใจให้เกิดแผนปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อทำให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูกลับคืนเป็นป่าสมบูรณ์ตามที่รัฐบาลเคยรับปากไว้โดยเร็วที่สุด



