หน้าแรก ภูมิภาค ผบ.ฉก.ปัตตานี...

ผบ.ฉก.ปัตตานีซ้อมแผนตามกฏอัยการศึก สแกนปืน เรือ กดดัน-ล่ามือยิงทหารพราน

17.09.18 | 18:47 น.

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้ากรณี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ออกประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษตาม พ.ร.บ.กฏอัยการศึก ควบคุมอาวุธปืน เรือ และ ยานพาหนะ ที่ต้องนำมาลงทะเบียนภายใน 7 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ตามแผนเปิดยุทธวิธีติดตามกดดันกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนกองร้อยทหารพรานที่ 4303 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ในพื้นที่ บ้านบางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก เมื่อคืนวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมาทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ล่าสุด ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บังคับบัญชาหน่วยงานความมั่นคงทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองระดับจังหวัด โดยใช้เวลาประชุมวางแผน ตั้งแต่ช่วง 09.30 – 16.30น. เป็นการประชุมลับเพื่อมอบหมายหน้าที่และซักซ้อมทำความเข้าใจแผนปฏิบัติการเชิงรุกในการวางกำลังส่วนเกี่ยวข้องต่างๆที่จะเข้าควบคุมและกำหนดจุดให้ชาวบ้านพื้นที่ ต.บางเขา และ ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี นำอาวุธปืน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ เรือ มาแจ้งลงทะเบียน โดยให้ชุดปฏิบัติการอำเภอหนองจิกเรียกกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่มารับฟังแนวทาง ก่อนลงไปชี้แจ้งทำความเข้าใจกับลูกบ้าน เพื่อให้นำอาวุธปืน รถยนต์ รถจยย.และ เรือ มาขึ้นทะเบียนเป็นหลักฐาน โดยใช้สถานที่ในโรงเรียน ที่ทำการของแต่ละหมู่บ้าน เป็นสถานที่จุดรับลงทะเบียน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและประมงทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน และ ให้เสร็จภายในกำหนด 7 วัน จากนั้นจะตรวจสอบผู้ไม่นำมาขึ้นทะเบียน โดยถือว่าจงใจขัดขืนและจะดำเนินคดีฐานจงใจกระความทำผิด
พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า การให้ประชาชนนำอาวุธ รถและเรือมาลงทะเบียนในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองโดยผิดกฏหมาย หรือ โดยมิชอบ เช่น อาวุธปืนผิดมือ อาจเป็นปืน รถ เรือ ที่เป็นมรดก ยังไม่ได้รับการโอน ในส่วนที่อาจเป็นการรับจำนำนั้น สามารถนำมาชี้แจงลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งพบว่าปัญหาเหล่านี้มีจำนวนมากในพื้นที่ จนเกิดความยุ่งเหยิง ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งพบส่วนใหญ่ยังมีการนำเอามาใช้อย่างผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องเปิดแผนปฏิบัติการเพื่อช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ที่ผิดกฎหมายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
“โดยหลังขีดเส้นกำหนดวันภายใน 7 วัน เจ้าหน้าที่จะเริ่มเข้มปฏิบัติการตามแผนอย่างเข้มข้น หากพบการกระทำความผิด ยังปกปิด ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”พล.ต.จตุพร กล่าว