จากกรณีดินยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ ใกล้ศาลาการเปรียญวัดป่าถ้ำภูผายาธรรมสถิตย์ อ.สุวรรณคูหา เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ที่บ้านนาเจริญ หมู่ 11 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู มีบริเวณกว้าง 6 เมตร ลึก 4.50 เมตร เส้นรอบวงของปากหลุม 22 เมตรนั้น
เมื่อวันที่ 19 กันยายน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานธรณี เขต 2 ขอนแก่น เดินทางมาสำรวจหลุมดังกล่าว พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจสาเหตุลักษณะการเกิดของหลุมดินยุบ เนื่องจากบริเวณแห่งนี้เป็นพื้นที่มีรอยแตกในชั้นหินปูนใต้พื้นดิน เมื่อมีปัจจัยมากระตุ้น เช่น แรงสั่นสะเทือน หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำบาดาลอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้แรงดันและชั้นดินเสียสมดุล ชั้นดินก็จะไหลลงรอยแตก และเมื่อมีฝนตกหนักและน้ำฝนไหลซึมลงไปในชั้นดิน น้ำฝนจะไหลพาดินเข้าไปในรอยแตกอย่างต่อเนื่องและเป็นเวลานานจนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ จนเหลือชั้นดินเฉพาะด้านบนเมื่อไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ก็จะเกิดการถล่มลงมาอย่างรวดเร็วเกิดเป็นหลุมดิน
นายทรงกลด ประเสริฐทรง นักธรณีวิทยาชำนาญการ สำนักธรณี เขต 2 กล่าวว่า ในบริเวณใกล้เคียงกับหลุมแรก มีโอกาสเกิดดินหลุมยุบได้อีก ซึ่งในพื้นดินชั้นล่างในบริเวณใกล้เคียงไม่สามารถมองเห็นได้ มักจะเกิดกับพื้นที่ที่มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูน โดย จ.หนองบัวลำภูมีพื้นที่ 4 อำเภอที่มีสภาพพื้นที่ใต้ดินเป็นสภาพหินปูน คือ อ.สุวรรณคูหา นากลาง นาวัง และศรีบุญเรือง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้เกิดกรณีดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่กลางสวนอ้อย เขต อ.นาวัง จำนวน 4 หลุม ลักษณะเช่นเดียวกันกับหลุมวันนี้
ดร.ประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการ กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลุมดินยุบในวันนี้ ได้แนะนำให้ถมหลุมเพื่อป้องกันการเสียหายที่เกิดขึ้นก่อน โดยถมหิน ทราย ดิน เป็นชั้นๆ โดยในชั้นแรกให้นำหินขนาดใหญ่ลงถมก่อน ตามด้วยหินก้อนเล็กลงเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุดให้ใช้ทรายและดินถมปิดหน้าพื้นผิวดินไว้ พร้อมให้สังเกตการยุบตัวของพื้นดิน หากยังมีการยุบลงอีกให้รีบแจ้งทางสำนักธรณีวิทยาเพื่อที่จะได้นำเครื่องมือที่ทันสมัยมาสำรวจอีกครั้ง
ด้านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองบัวลำภูได้ส่งวิศวกรด้านโยธามาตรวจสอบพื้นที่หลุมยุบ เพื่อหาแนวทางป้องกันมิให้อาคารศาลาการเปรียญเกิดการทรุดตัวเสียหายเนื่องจากหลุมดินยุบอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นศาลาการเปรียญและมีรอยดินยุบลึกเว้าเข้าไปใต้บันไดศาลา
นายเอกราช งามขำ นายช่างอาวุโส สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบความแข็งแรงของชั้นดินว่าสามารถรองรับน้ำหนักในความปลอดภัยได้ในระดับไหน จากนั้นจะสร้างตอม่อเพื่อรักษาโครงสร้างอาคารศาลาการเปรียญไม่ให้ได้รับความเสียหาย โดยสามารถสร้างเสาตอม่อเพื่อรองรับใต้เสาบันไดให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน และจะเสร็จสมบูรณ์ไม่เกิน 3 วัน
ขณะเดียวกันทางเจ้าอาวาสก็ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่มาดูและบริจาคเงินทำบุญ เพราะเชื่อคำเล่าลือเรื่องพญานาคที่ชาวบ้านที่มาถ่ายภาพส่งต่อแชร์กันว่าพญานาคมุดดินขึ้นมากลางพรรษาที่วัดภูผายาตามความเชื่อของตน จนเป็นเหตุให้มีชาวบ้านหลายคนแวะเวียนมาดูไม่ได้ขาด ทั้งที่เจ้าอาวาสพยายามชี้แจงว่าเกิดจากธรรมชาติก็ตาม

