วันที่ 20 ก.ย. ที่โรงเรียนเทศบาลคลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ.ต.อ.ภาสกร สนธิกุล ผกก.สภ.คลองท่อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้เข้าให้คำแนะนำวิธีการใช้ “คิวอาร์เลิฟ” หรือพวงกุญแจคิวอาร์ โค้ด ให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูประจำชั้นอนุบาล 1 /4 และชั้นอนุบาล 2/1 ของโรงเรียนเทศบาลคลองท่อมใต้ โดยจะติดตั้งไว้ที่กระเป๋าของนักเรียนทุกคน จากนั้นครูประจำชั้นใช้ สมาร์ทโฟน สแกนที่พวงกุญแจคิวอาร์โค้ด ข้อมูลประจำตัวเด็กนักเรียนแต่ละคน จะถูกส่งไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ปกครอง ขณะที่เข้าห้องเรียน และออกจากโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองที่อยู่ที่บ้าน ทราบว่า บุตรหลานได้เข้าเรียนในเวลากี่โมง และออกจากห้องเรียนเวลากี่โมง ผ่านแอฟฟลิเคชั่นที่ติดตั้งในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ
พ.ต.อ.ภาสกร เปิดเผยถึงที่มาของโครงการ คิวอาร์เลิฟว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ นำเทคโนโลยีในยุค 4.0 มาใช้ในการพัฒนาประเทศ และตำรวจภูธรภาค8 ได้มีการนำระบบสแกนคิวอาร์โค้ดมาใช้กับตำรวจสายตรวจแทนการการเซ็นชื่อในสมุดตู้แดงเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ทางตำรวจสภ.คลองท่อม จึงได้นำระบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ ในการ แก้ปัญหาการ หลงลืมเด็กในรถตู้ รับส่งนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาทำได้เกิดเหตุสลด มาแล้วหลายราย จึงได้นำระบบคิวอาร์โค้ด มาใช้ติดตามตัวเด็ก
เมื่อเด็กมาถึงโรงเรียนแล้ว ผู้ปกครองก็จะได้ทราบว่า มาถึงโรงเรียนในเวลาใด และออกจากโรงเรียนเวลาใด ซึ่งเฟสแรกที่ดำเนินการ คือ นำร่องในโรงเรียนเทศบาลคลองท่อมใต้เป็นแห่งแรก ซึ่งได้ผลตอบรับดีจากผู้ปกครอง ทำให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น และโครงการต่อไป ก็จะมีการติดตั้งคิวอาร์โค้ดติดตามตัวเด็ก เพื่อป้องกันเด็กพลัดหลง โดยเมื่อสแกนคิวอารร์โค้ด แล้วจะมีข้อมูล ของชื่อเด็ก และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อผู้ปกครอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ
ด้านนางสภาพิมพ์ ชูเอียด อายุ 35 ปี ผู้ปกครองนักเรียนที่ร่วมโครงการ กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดีมาก ผู้ปกครองก็มีความสบายใจ มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องฝากบุตรหลานไปโรงเรียน กับรถโดยสาร หรือรถตู้ ทันทีที่เด็กไปถึงโรงเรียน ก็จะรู้ว่าลูกลงจากรถไปเข้าห้องเรียนแล้วหรือไม่ และเวลาเท่าไหร่ และออกจากห้องเรียนเวลาใด ซึ่งทางโรงเรียนก็จะส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือเข้ามาให้ได้รับทราบทันที จึงไม่ต้องกังวล เหมือนที่ผ่านมา


