เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายชัชพล เกษวิริยะกิจ กกรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า วันที่ 27 กันยายนนี้ จะมีประชุมสภา มรภ.อุตรดิตถ์ ซึ่งจะพิจารณามติที่ประชุมสภา มรภ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่มีมติให้นายเรืองเดช วงศ์หล้า ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ในการประชุมครั้งที่ 11/2551 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ที่แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมรภ.กาญจนบุรี โดยวินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับตำแหน่งของนายเรืองเดช อธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ สภา มรภ.อุตรดิตถ์ ตระหนักดีว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่สร้างผลกระทบต่อขวัญกำลังใจบุคลากรใน มรภ.อุตรดิตถ์ และภาพลักษณ์ของสภา มรภ.อุตรดิตถ์ด้วย
นายชัชพลกล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีประชุมวันที่ 27 กันยายนนี้ กรรมการสภา มรภ.อุตรดิตถ์ ตัวแทนจากคณาจารย์ มรภ.อุตรดิตถ์ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.อุตรดิตถ์ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมการสภา มรภ.อุตรดิตถ์ส่วนใหญ่ มีความเห็น และยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วมติในที่ประชุมสภา มรภ.อุตรดิตถ์ จะออกมาอย่างไร จะยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด หรือเห็นต่างอย่างไร ก็ต้องรอวันที่ 27 กันยายนนี้
“ก่อนหน้า 1 วัน คือวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ศาลปกครอง จ.นครราชสีมา มีคำพิพากษาให้การดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องเกษียณอายุราชการแล้วมาเป็นอธิการบดีไม่ได้ และในวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมสภา มรภ.อุตรดิตถ์ กลับมีมติให้นายเรืองเดชดำรงตำแหน่งอธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ แต่ตอนนั้นผมเห็น และศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครอง จ.นครราชสีมาแล้ว ยืนยันตามนั้นด้วยการงดออกเสียง แต่สุดท้ายสภา มรภ.อุตรดิตถ์ มีมติให้นายเรืองเดชเป็นอธิการบดีมาจนถึงทุกวันนี้” นายชัชพล กล่าว
นายชัชพลกล่าวต่อว่า ด้วยสปิริตที่นายเรืองเดชเป็นประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) 38 แห่ง จะเห็นอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิส่วนตัว ถ้าเป็นตนจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดด้วยการยื่นลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไม่ให้สังคมใน มรภ.อุตรดิตถ์ เกิดความเห็นที่แตกต่าง อันจะนำไปสู่ความแตกแยก และนำไปสู่การฟ้องร้องในอนาคต อย่าสร้างความลำบากใจให้กับสภา มรภ.อุตรดิตถ์ หากมีใครไปยื่นฟ้องต่อศาลว่าสภา มรภ.อุตรดิตถ์ ไม่ดำเนินการอะไร ก็จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ส่วนราชการอื่นๆ เมื่อเกษียณ 60 ปีไปแล้ว ก็หมดอำนาจในการบริหารงานในหน่วยงานอีก
นายชัชพลกล่าวอีกว่า ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปมากกว่านี้ หากมีคนร้องต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของนายเรืองเดช จะถือว่าเป็นรายที่ 5 ที่อาจจะมีคำพิพากษาเหมือนกับ 4 รายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือ รายแรกตำแหน่งอธิการบดี มทร.ศรีวิชัย รายที่ 2 มทร.อีสาน รายที่ 3 มรภ.บุรีรัมย์ และรายที่ 4 มรภ.กาญจนบุรี ซึ่งทั้ง 4 รายศาลปกครองพิจารณาจากกฎหมาย 3 ฉบับประกอบด้วย พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฎ และ มทร. พ.ศ.2547 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้ารากชาร พ.ศ.2494

