เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กันยายน นายโสรัจ สังขวรรณ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ นำนายวิวัตร ภารพันธ์ อายุ 45 ปี อยู่ที่ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมนายทูน ชาวจ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา มาทำการบันทึกปากคำที่ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมรถจักรยายนต์จำนวน 10 คัน ยี่ห้อฮอนด้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน หลังน.ท.สุรชัย เป้ารักษา ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และหัวหน้ากองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 532 จับกุมได้มาส่งมอบ โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกจับกุมได้พร้อมของกลางระหว่างลักลอบขนไปยังจ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา
น.ท.สุรชัยกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์จากฝั่งอ.คลองใหญ่ จ.ตราดเพื่อไปส่งที่จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ในเวลากลางคืน จึงได้นำเรือประมงไปจอดบริเวณกลางทะเล และพบว่ามีเรือหางยาวนำบรรทุกรถจักรยานยนต์มาจึงได้เข้าตรวจสอบพบผู้ลักลอบ 2 คนและรถจักรยานยนต์ 10 คันอยู่ในเรือหางยาวจึงควบคุมตัวมาที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 หาดเล็ก และได้ยอมรับว่า รับจ้างขนจากนายทุนจ.เกาะกงที่ร่วมมือกับคนคลองใหญ่ที่เป็นฝ่ายจัดหามาและได้ทำมาแล้วหลายครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 6,000 บาท โดยที่ผ่านมาขนมาจำนวน 5-6 ครั้ง และนำจักรยานยนต์ไปเกาะกงแล้ว 150 คัน
นายวิวัตร บอกว่า รับจ้างขนจากอ.คลองใหญ่จ.ตราด เพื่อนำไปที่จ.เกากง ประเทศกัมพูชา ครั้งละ 6,000 บาท แต่ไม่ทราบว่ารถจักรยานยนต์เป็นของใคร และทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง

จากนั้น นายโสรัจ สังขวรรณ นายด่านศุลกากรคลองใหญ่ได้มอบให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปส่งที่สภ.คลองใหญ่ เพื่อดำเนินคดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตม.คลองใหญ่ และทหารนาวิกโยธินที่ 182 ร่วมเดินทางไปด้วย
สำหรับเหตุการณ์นี้ ร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 532 ได้รับการประสานจากชุดข่าว จากชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เข้าล้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 3 ว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ขนออกนอกประเทศโดยทางเรือ จึงได้จัดกำลังพล น.1 ป.1 อส.ทพ.3 สนธิกำลังร่วมกับ ฉก.182 ทำการซุ่มในทะเล โดยใช้เรือของชาวบ้านลอยลำอยู่กลางทะเล จนกระทั่งเวลา 02.20 น.วันที่ 21 กันยายน ได้มีเรือหางยาวได้วิ่งเข้าไปที่ท่าเรือทับชโลธรและได้นำรถจักรยานยนต์จำนวน 10 คันลงในเรือ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเรือก็แล่นออกมาชุดเรือที่ซุ่มอยู่จึงทำการเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 2 คนคือนายวิวัตร และนายทูน ดังกล่าว

