อช.เอราวัณ สนธิกำลังลุยยึดบ้านพักริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีฯ รุก อช.เอราวัณ มูลค่ากว่า 1 ล้าน แถมอายัดไก่ฟ้าหลังเทาอีก 2 ตัว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มอบหมายให้ นายศิวะวงศ์ เมืองพระ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับ นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ และคณะร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบความแน่ชัดว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกครอบครองทำประโยชน์โดยดำเนินการเปิดธุรกิจประเภทที่พัก (รีสอร์ท) จำนวน 1 แปลง บริเวณป่าบ้านปลายดินสอ ท้องที่หมู่ 5 ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ว่า อยู่ในเขตรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนศรีนครินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ภายหลังจากวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่า นายประวิทย์ ไม่ทราบนามสกุล เจ้าของเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ ซึ่งขณะตรวจสอบ นายประวิทย์ ไม่อยู่ พบเพียงคนงานเฝ้า แต่ นายประวิทย์ ก็ได้ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์เบื้องต้นว่า ที่ดินบริเวณก่อสร้างบ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมบางส่วนนั้นอยู่ในบริเวณพื้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ (กฟผ.) และมีหลักเขตที่ระดับ 180 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และในวันนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้มีการนัดหมาย นายประวิทย์ ให้มาชี้แจง พร้อมกับให้นำพาชี้เขตด้วย แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่รอจนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. นายประวิทย์ ก็ไม่ได้เดินทางมาตามนัด

คณะเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหารือร่วมกัน โดย นายสุทิน ชูชาติ ตัวแทน กฟผ.กล่าวในที่ประชุมว่า ในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไม่มีข้อกฎหมายในพื้นที่ แต่มีข้อตกลงว่า กฟผ.ขอใช้พื้นที่จากเจ้าของที่เดิม ไม่ว่าจะเป็น กรมอุทยานฯ กรมธนารักษ์ ที่ในระดับต่ำกว่า 180 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีไว้เพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำ เพื่อการคมนาคม เพื่อการเกษตร และการท่องเที่ยว และใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ที่อยู่ใต้น้ำนั้น เจ้าของพื้นที่เดิมก็จะเป็นผู้ที่มีอำนาจโดยตรง ส่วน กฟผ.จะไม่มีอำนาจในการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้บุกรุก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการไฟฟ้าก็ได้ตรวจสอบพื้นที่ในทุกๆ 3 เดือน หากพบใครบุกรุกพื้นที่ในระดับต่ำกว่า 180 ม.รทก. กฟผ.ก็จะแจ้งเตือนว่าห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพราะหากพื้นที่มีปริมาณน้ำสูงขึ้นและเข้าท่วม กฟผ.จะไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้นพื้นที่ที่บุกรุกในครั้งนี้นั้นจึงอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ
โดยหลังจากที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของหน่วยงานใด จึงร่วมกันนำกำลังเดินทางไปตรวจยึดพื้นที่ที่ถูกบุกรุกดังกล่าว จำนวน 4-1-35 ไร่ ซึ่งมีบ้านพักเป็นบ้านเดี่ยวแบบยกสูง จำนวน 4 หลัง โดยถูกน้ำท่วม จำนวน 2 หลัง และอีก 2 หลังอยู่บนตลิ่ง นอกจากนี้ยังมีโรงจอดรถอีก 2 หลัง แต่การตรวจสอบค่อนข้างลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือเข้าไปตรวจสอบ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้อายัดไก่ฟ้าหลังเทา เพศผู้ 1 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว ที่ขังรวมกันอยู่ในกรง เอาไว้ตรวจสอบเนื่องจากไก่ฟ้าหลังเทาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 หากผู้ครอบครองมีเอกสารการได้มาอย่างถูกต้องมาแสดงเจ้าหน้าที่ก็จะคืนให้ทันที
ทั้งนี้ นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดเผยภายหลังว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กันยายน ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่า พบสิ่งปลูกสร้างหลายรายการที่ปลูกรุกล้ำแปลงพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์ที่ทางการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าลุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจยึดสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารทั้งหมด จำนวน 4 หลัง พื้นที่ที่ถูกบุกรุกประมาณ 4 ไร่เศษ ส่วนนายทุนที่เข้ามาบุกรุกเบื้องต้นทราบว่าชื่อ ประวิทย์ ยังไม่ทราบนามสกุล เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

