วันที่ 22 เมษายน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในระยะนี้ จ.เชียงใหม่ยังคงควบคุมค่าฝุ่นละออง หรือ PM 10 เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2559 และได้ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่เร่งดำเนินการพ่นละอองน้ำในอากาศและต้นไม้ในทุกวัน วันละ 3 ช่วงเวลา ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น ในย่านชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ รวมทั้งท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานที่ราชการ โรงพยาบาล และโรงเรียน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“ความจริงนายมงคล สุกใส รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมือง เพราะเกรงผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว แม้ว่าที่ผ่านมาปริมาณค่าฝุ่นละอองในปีนี้มีจำนวนวันเกินค่ามาตรฐานน้อยกว่าทุกปีด้วยซ้ำ เพราะการทำงานหนักของทุกภาคส่วน” นายปวิณกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าฯเชียงใหม่กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการอนุญาตให้พื้นที่ที่มีความจำเป็นต้องเผานั้น ได้ประสานขอให้กำหนดวันเผาเพื่อไม่ให้เกิดหมอกควันกระทบประชาชน โดยขณะนี้คงเหลือพื้นที่ อ.สะเมิง ดอยสะเก็ด สันกำแพง สารภี จอมทอง ดำเนินการในวันที่ 22-23 เมษายน และพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ แม่วาง แม่แตง หางดง ฮอด ดอยเต่า ในวันที่ 24-25 เมษายน และขอให้นายอำเภอแจ้งเจ้าของพื้นที่จัดทำแนวกันไฟ และจัดกองเชื้อเพลิงให้มีขนาดเล็กเพื่อควบคุมได้ง่ายไม่ให้ลุกลาม ซึ่งหากปล่อยให้ลุกลามไปสู่ป่าสวงนแห่งชาติต้องดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
สำหรับวันนี้ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงสุด วัดได้ 138 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ณ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยจังหวัดที่เกินค่ามาตรฐานในภาคเหนือรวม 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่และเชียงราย

