ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 เมษายน เทศบาลตำบลทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้นำรถกระเช้าเข้ามาช่วยเหลือแม่วัวท้องแก่ชื่อเจ้า “นวล” ซึ่งตกลงไปในโคลนตมบริเวณลำห้วย หมู่ 3 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี หลังจากลงไปกินน้ำในลำห้วยที่กำลังแห้งขอดเหลือเพียงโคลนตมจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้วัวเพศเมียท้องแก่ของน.ส.วิเชียร พันธุ์หล่อมโส อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 3 ต.ทุ่งหลวง เป็นวัว 1 ใน 10 ตัวที่เลี้ยงไว้ภายในศูนย์ศึกษาการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริบ้านห้วยแห้ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ตกลงไปในโคลนนานกว่า 4 ชั่วโมง ยังไม่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ เนื่องจากวัวตัวดังกล่าวมีน้ำหนักมากเป็นแม่วัวกำลังตั้งท้องลูกน้อยได้ประมาณ 6 เดือน
หลังจากที่ชาวบ้านได้ช่วยกันอยู่นานหลายชั่วโมง น.ส.วิเชียร พันธุ์หล่อมโส จึงได้แจ้งให้ น.ส.ยุพา ชาติไทย สมาชิกเทศบาลตำบลทุ่งหลวงทราบ พร้อมประสานรถกระเช้าของเทศบาลเข้ามาช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเชือกผูกคล้องเข้ากับซอกขาหน้า และขาหลังของวัว ที่อยู่ในสภาพอิดโรยหมดแรงขยับตัวไม่ได้ จากนั้นได้นำผ้ามารองเชือกไว้เพื่อกันเชือกบาดเข้าเนื้อของวัว โดยมีเพื่อนบ้านคอยดึงเชือกกระตุกให้วัวพยายามลุกขึ้นไปพร้อมๆ กับที่รถกระเช้าของเทศบาลพยายามค่อย ๆ ยกตัววัวขึ้นมาจากหลุมโคลน จึงสามารถช่วยเหลือขึ้นมาไว้บนตลิ่งได้สำเร็จ
ด้านน.ส.วิเชียร เจ้าของวัว เปิดเผยว่า เจ้านวลเป็นวัวเพศเมีย กำลังตั้งท้องได้ 6 เดือน เป็นวัวที่เลี้ยงไว้อยู่รวมกัน 10 ตัว หลังจากที่คลอดลูกมาแล้ว 1 ตัว และกำลังตั้งท้องครั้งที่ 2 คาดว่าเจ้านวลรู้สึกหิวน้ำ จึงได้เดินลงไปในลำห้วยที่มีความลาดชั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการขุดลอกลำห้วยใหม่ บริเวณริมห้วยจึงมีคันดินสูงขึ้น แต่น้ำแห้งเหลืออยู่ติดก้นลำห้วย ซึ่งเจ้านวลติดโคลนอยู่ตั้งแต่เช้า แต่ตัวเองไม่รู้เพราะกำลังจักสานตะกร้าอยู่ภายในศูนย์ฯ มารู้จากคนที่อยู่ข้างบ้านมาบอกว่าเจ้านวลตกลงไปในลำห้วย จึงพยายามลงไปช่วยเหลือพร้อมกับเรียกเพื่อนบ้านเข้าช่วยแต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องไปแจ้งเทศบาลนำรถกระเช้ามาช่วยเหลือเจ้านวลขึ้นจากโคลนได้อย่างปลอดภัยดังกล่าว

