หน้าแรก ภูมิภาค ประภัตรช็อกสิ...

ประภัตรช็อกสิ้นเสาหลักสุพรรณฯ จากไปเร็วเกิน ตั้งตัวไม่ทัน

23.04.16 | 12:45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 เมษายน นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผมอยู่ประเทศจีนมาดูงานเรื่องยางรถยนต์ เมื่อทราบข่าวการเข้ารับการรักษาตัวของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ก็มีการติดต่อสอบถามอาการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทราบข่าวการเสียชีวิตของท่าน ผมเองช็อกมากกับเรื่องนี้ผมเชื่อว่าใครทราบเรื่องนี้ก็คงไม่ต่างกับผมเพราะเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมาที่บึงฉวากรีสอร์ทผมเองก็ยังกล่าวอวยพรท่านและบอกได้เลยว่าผมเองนายประภัตรคนนี้ไม่มีใครเคียงข้างกับท่านกว่า 40 ปีไม่มีใครรู้ใจเท่าผมและท่านยังอวยพรให้ผมได้เมียเร็วๆ วันนี้เหมือนคนสุพรรณบุรีขาดเสาหลัก คนทั้งประเทศขาดเสาหลักไม่ใครใครจะมีปัญหาอะไรท่านหาทางช่วยเหลือให้ทั้งหมด กว่า 40 ปีมานี้นักการเมืองทั้งน้อยใหญ่ส่วนใหญ่ต้องผ่านพรรคชาติไทยเกือบทั้งหมด ท่านเป็นนักการเมืองต้นแบบทุกคนให้ความเคารพท่านทุกคน ท่านเองพัฒนาประเทศพัฒนาสุพรรณบุรี

ท่านเปรียบเสมือนเสาหลักของคนสุพรรณบุรีจนได้ชื่อว่าบรรหารบุรีเพราะท่านทุ่มเทอย่างจริงจังจริงๆ ท่านเองจะไม่มีใครกล้าลืมท่านได้ ผมเองเตรียมเดินทางกลับจากประเทศจีนแล้วเพื่อเดินทางไปกราบท่านในวันจันทร์ ผมว่าคนสุพรรณ เลือดสุพรรณ ไม่ทิ้งกัน ไม่เคยลืมกัน ตอนนี้ผมยังงงๆ ทำอะไรไม่ถูกเพราะเร็วเหลือเกินรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัวเพราะไม่คิดไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผมว่าคนสุพรรณบุรีและคนทั้งประเทศช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นและเสียใจกันทั้งประเทศเพราะขาดเสาหลักของประเทศของคนสุพรรณบุรีไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ

นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ส่วนตัวผมเองทำงานร่วมกับท่านบรรหารมานาน ท่านเป็นนักการเมืองที่อาจมีสองด้านทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยซึ่งก็เป็นเรื่องปกติแต่สิ่งที่ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีที่น่าจดจำคือท่านเองทำตามที่พูดทุกครั้งและทำได้ด้วย ท่านพัฒนาทุกด้านให้ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งท่านก็ทำได้ ซึ่งหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้วมอบมรดกไว้ให้ชาวสุพรรณบุรีคือการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปเราต้องจำท่านระลึกถึงท่านเพราะท่านไม่ได้ดีแต่พูดแต่ท่านพูดแล้วทำนี้คือสิ่งที่เป็นมรดกของพวกเราอย่าเพียงแต่คิดอย่าเพียงแต่พูดต้องทำด้วยจึงจะสำเร็จ วันนี้ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหารตั้งใจจะทำบุญต่อชะตาให้ท่านก็เปลี่ยนเป็นทำบุญไว้อาลัยให้ท่านแทนซึ่งเราต้องทำตามมรดกที่ยั่งยืนอย่างยั่งยืนที่ท่านให้ไว้แก่คนสุพรรณบุรีและคนทั้งประเทศ