หน้าแรก ภูมิภาค ลุงเลี้ยงปลาร...

ลุงเลี้ยงปลาร้อง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี จี้คดี ตร.หนองเสือ บุกปล้นทรัพย์-ยัดข้อหาบุกรุก

26.09.18 | 12:44 น.

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรีชา ไตรศักดิ์ศรี อายุ 67 ปี เกษตรกรเลี้ยงปลาชาว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.สุระพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเสือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีถูกบริษัทแอกซิส ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด โดยนายสุรชัย ด้วงเงิน และนางสุวรรณ ลาดหาญ ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของคู่กรณี ได้แจ้งความข้อหาบุรุก ซึ่งข้อเท็จจริงได้มีการทำสัญญาเช่าที่ดินจำนวนกว่า 50 ไร่ เป็นบ่อดินรกร้างว่างเปล่า ความลึกกว่า 10 เมตร เลขโฉนด 6311 เล่มที่ 64 หมู่ 6 ต.คลองแปด อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ในเดือน มกราคม พ.ศ.2555 ซึ่งได้ลงทุนไปกว่า 3,000,000 บาทเศษ และยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จับปลาขาย โดยปลูกบ้านพักไว้ ที่บ่อเลี้ยงปลาด้วย

นายปรีชากล่าวว่า นอกจากเลี้ยงปลา ยังได้ใช้พื้นที่บางส่วน ทำการเกษตรปลูกสวนกล้วย บนพื้นที่ผืนดังกล่าวด้วย โดยบ้านหลังดังกล่าว เลขที่ 50/6 หมู่ที่ 6 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ ต่อมา ได้มีการยกเลิกสัญญาเช่า โดยคู่กรณีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้แจ้งความร้องทุกข์ ไว้กับพนักงานสอบสวน ที่ สภ.หนองเสือ กล่าวหา ตนเป็นผู้บุกรุก ต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2560 คู่กรณียังได้ใช้กำลังคนติดอาวุธ แต่งกายครึ่งท่อน คล้ายตำรวจ และทหาร พร้อมเครื่องจักรและคนงาน นำรถแบ็กโฮเข้าขุด เกรดไถทำลายบ้านพักที่อยู่อาศัย สวนกล้วย จนพังเสียหายหมด และขับไล่คนงานออกจากพื้นที่ โดยใช้ปืนจี้หัว โดยบอกทุกคนว่าไม่มีสิทธิ์ในพื้นที่นี้อีกแล้ว ข้อเท็จจริงตามกระบวนการขั้นตอนในเรื่องคดีแพ่ง ผิดสัญญา ยังมีอีกหลายขั้นตอน จนกว่าจะมีคำสั่งศาลบังคับนั้นถือเป็นที่สิ้นสุด เรื่องนี้หากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี แล้ว จะเข้าร้องเรียนต่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และทนายสงกานต์ อัจฉริยทรัพย์ เพราะตนหมดที่พึ่งแล้ว


นายปรีชากล่าวว่า มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ สภ.หนองเสือ เรียกตนไปข่มขู่ และจะให้คนไปเอาเงิน เป็นจำนวนเงิน 600,000 บาท ตนจึงต่อรอง ตกลงกันที่ 150,000 บาท เพื่อขยายเวลาอีก 15 วัน ในการขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินข้อพิพาท ซึ่งตนเห็นว่ามีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 3,000,000 บาท ที่ยังอยู่ จึงยอมจ่ายไปให้ ถึงแม้สัญญาเช่าจะถูกยกเลิก การใช้อำนาจอย่างป่าเถื่อน ในยุคนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้น โดยมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารควบคุมคนงานเข้าบุกรุกยามวิกาล เอาปืนจ่อหัวคนงานของตน และทำลายทรัพย์สิน อันเป็นทรัพย์ของตน ปลานานาพันธ์ุ ในบ่อ ที่ตนให้อาหาร ต้องใช้เวลาเลี้ยง 4-5 ปี จึงจับขายได้ ส่วนการผิดสัญญาการเช่า ในการขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินไม่ทันเวลาตามข้อตกลง เพราะบ่อมีความลึกมาก ยังไม่ทันจับขาย น้ำหนักปลาหลายร้อยตัน มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท ก็ถูกคู่กรณีนำเครื่องสูบน้ำออก จับปลาไปขายหมด ตนจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองเสือ ข้อหาลักทรัพย์ ทำลายทรัพย์สิน บุกรุกที่ดินกรรมสิทธิ์ ในการเช่า ลักษณะนี้เป็นการปล้นกันชัดเจน ตนจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเสือ ก็ไม่มีการดำเนินการกับคู่กรณีแต่อย่างใด แต่ตนกลับถูกพนักงานสอบสวน สภ.หนองเสือ ส่งฟ้องศาล โดยพนักงานอัยการนัดให้ไปรับทราบคดี ในวันที่ 28 กันยายน ที่จะถึงนี้ และให้เตรียมหลักทรัพย์ไปประกันตัวด้วย

พ.ต.ต.สุรพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานทางโทรศัพท์ กับ พ.ต.ท.เทอด หาญณรงค์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองเสือ เจ้าของคดี ระหว่างนายปรีชา กับ บริษัทคู่กรณี คือ นายสุรชัย และ นางสุวรรณ ให้รายงานข้อเท็จจริง ซึ่งมีทั้งหมด 5 คดี มาส่งให้ตรวจสอบ ในวันที่ 28 กันยายน ที่จะถึงนี้ แต่ละคดีดำเนินการถึงขั้นตอนไหน และมีการแจ้งผลให้เจ้าทุกข์ทราบหรือไม่อย่างใด โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็แจ้งความกล่าวโทษ จากรูปคดี ที่สอบสวนเบื้องต้น เป็นคดีแพ่ง ต้องไปฟ้องร้องเรียกร้องความเสียหายกันเอง โดยพนักงานสอบสวนไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เสมือนว่าได้ถลำตัวเสนอช่วยไกล่เกลี่ยให้ ซึ่งมันมีเงินๆ ทองๆ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ระหว่างผู้รับประโยชน์ กับผู้เสียประโยชน์ เรื่องนี้จึงอาจถูกมองจากฝ่ายนายปรีชาได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย