หน้าแรก ภูมิภาค ศาลปกครองขอนแ...

ศาลปกครองขอนแก่นเพิกถอนคำสั่งย้าย ผอ.ขอนแก่นวิทยายน ปี 58 มิชอบด้วยกฎหมาย

28.09.18 | 12:40 น.

ศาลปกครองขอนแก่นพิจารณาเพิกถอนคำสั่งย้าย ผอ.ขอนแก่นวิทยายน ปี 58 มิชอบด้วยกฎหมาย หลัง ผอ.โรงเรียนผดุงนารี จ.มหาสารคาม ยื่นฟ้องคดี

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองขอนแก่น มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อปี 2558 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนายมีศิลป์ ชินภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี เป็นผู้ฟ้องคดี ระหว่าง ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น (ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 เดิม)


โดยคดีนี้ผู้ฟ้องคดี คือนายมีศิลป์ ชินภักดี ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26 จ.มหาสารคาม ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 สิงหาคม 2558 ขอย้ายกรณีปกติไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 จังหวัดขอนแก่น เพื่ออยู่ร่วมกับคู่สมรส กลับภูมิลำเนา ความสะดวกในการเดินทาง และเพิ่มพูนประสบการณ์ในการบริหาร ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ฐาน โดยผู้ฟ้องได้ยื่นคำร้องและแนบเอกสารอ้างอิงครบถ้วน พร้อมผู้ขอย้ายอีก 2 คน คือ นายยุทธศาสตร์ กงเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไผ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 และนายวทัญญู ภูชาดา ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำพองศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 โดย แต่มีมติในการประชุมครั้งที่ 15/2558 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 เห็นชอบให้นายยุทธศาสตร์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ซึ่งผู้ฟ้องเห็นว่าคำสั่งดังกล่าว มิชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นเรื่องเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอนแก่น

โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. ศาลปกครองขอนแก่น ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายดำที่ บ.19/2559 คดีหมายเลขแดงที่ บ. 242/2561 ระหว่างนายมีศิลป์ ชินภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม ผู้ฟ้องคดี กับศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น (ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 เดิม) ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลได้พิพากษาว่า

การประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ในการประชุมครั้งที่ 15/2558 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 พิจารณาเห็นชอบการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน มีองค์ประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้คำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ที่ 558/2558 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ย้ายและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามมติในการประชุมครั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Advertisement

เห็นว่า พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 15 ววรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองคณะใดมีผู้ถูกคัดค้าน ในระหว่างที่กรรมการผู้ถูกคัดค้านต้องออกจากที่ประชุม ให้ถือว่าคณะกรรมการคณะนั้นประกอบด้วยกรรมการทุกคนที่ไม่ถูกคัดค้าน มาตรา 79 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 15 วรรคสอง การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือกฎหรือคำสั่งที่จัดให้มีคณะกรรมการชุดนั้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีมีกรรมการครบที่จะเป็นองค์ประชุมได้ แต่การพิจารณาเรื่องใดถ้าต้องเลื่อนมาเพราะไม่ครบองค์ประชุม ถ้าเป็นการประชุมของคณะกรรมการซึ่งมิใช่คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท หากได้มีการนัดประชุมเรื่องนั้นอีกภายในนับแต่วันนัดประชุมที่เลื่อนมา และการประชุมครั้งหลังนี้มีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม แต่ทั้งนี้ต้องระบุความประสงค์ให้เกิดผลตามบทบัญญัตินี้ไว้ในหนังสือนัดประชุมด้วย และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การประชุม ก.ค.ศ.ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม วรรคสาม บัญญัติว่า ในการประชุมถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ หรือเมื่อมีกรณีเข้าข่ายที่กฎหมายกำหนดว่า
กรรมการผู้นั้นมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม และมาตรา 22 บัญญัติว่า การประชุมของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ให้นำความในมาตรา 16 มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25 มีจำนวนทั้งสิ้น 10 คน แต่เข้าประชุมครั้งที่ 15/2558 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 จำนวน 9 คน แม้เป็นองค์ประชุมที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ในการประชุมวาระการพิจารณาย้ายตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน นั้น นายกิตติ บุญเชิด นายบัลลังค์ อรรณนพพร นายวีระเดช ซาตา และนายสุรินทร์ หลังหา ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินศักยภาพการย้ายฯ และคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายฯ กับนายยุทธศาสตร์ กงเพชร ซึ่งขอย้ายไปตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนด้วย อันเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาย้ายในตำแหน่งดังกล่าวรวม 5 คน ไม่อยู่ในที่ประชุมเพื่อพิจารณา แม้จะเป็นการชอบด้วยมาตรา 16 วรรคสาม ประกอบมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ก็ตาม แต่ก็มีผลให้องค์ประชุมในวาระดังกล่าวมีจำนวนกรรมการเพียง 4 คน น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ไม่ครบองค์ประชุมตามนัยมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประกอบมาตรา 79 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ซึ่งชอบที่ต้องเลื่อนการประชุมวาระดังกล่าวออกไปและนัดประชุมใหม่ ตามนัยมาตรา 79 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

การที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ยังคงประชุมพิจารณาวาระดังกล่าวต่อไป ทั้งที่องค์ประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย มติเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จึงเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ที่ 558/2558 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ย้ายและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนตามมติดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเหตุเพียงพอที่จะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีตามคำขอของผู้ฟ้องคดีแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยความไม่ชอบด้วยกฎหมายในประเด็นอื่นๆ

พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีตามคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ที่ 558/2558 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 เฉพาะที่ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไป