เมื่อวันที่ 28 กันยายน แหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมสภามรภ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา นอกจากที่ประชุมสภาจะไม่มีการหยิบยกเรื่องของนายเรืองเดช วงศ์หล้า อายุ 71 ปี อธิการบดีมรภ.อุตรดิตถ์ เข้ามาหารือแล้วนั้น ซึ่งหากเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณี มรภ.กาญจนบุรี ที่บุคคลอายุเกินกว่า 60 ปี หรือเกษียณราชการไปแล้ว ไม่สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้ นายเรืองเดชก็อยู่ในหลักเกณฑ์นี้ด้วย โดยก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหวของประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.อุตรดิตถ์ และกรรมการสภา มรภ.อุตรดิตถ์บางส่วน พยายามออกมากดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีใน มรภ.อุตรดิตถ์ เนื่องจากมีบุคลากรภายในมีความเห็นที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งกันได้ในภายหลัง และอีกทั้งเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานแก่อธิการบดีมรภ.อื่น ๆ ที่มีอธิการบดีอายุเกินกว่า 60 ปี เพราะนายเรืองเดชอีกตำแหน่ง อยู่ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(ทปอ.มรภ.)
“ก่อนหน้านี้ มีบุคลากรภายใน มรภ.อุตรดิตถ์ จำนวนไม่น้อยที่พร้อมออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นกรณีที่เห็นพ้องกับศาลปกครองสูงสุด แต่ล่าสุดคณะผู้บริหารของนายเรืองเดช ได้พยายามให้กลุ่มอาจารย์เก่าหรืออาจารย์ที่เป็นข้าราชการที่เคยเป็นอาจารย์ที่สอนพนักงานที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนใน มรภ.อุตรดิตถ์ในปัจจุบัน ให้ไปพูดขอร้องไม่ให้พนักงานรุ่นใหม่ที่จะออกมาเคลื่อนไหว ให้ยุติการแสดงออก เพื่อเห็นแก่ชื่อเสียงของ มรภ.อุตรดิตถ์ ที่มีข่าวออกทางสื่อมวลชนทุกวัน ส่วนใหญ่จะออกมาในแง่ที่ติดลบมากกว่าภาพบวก ซึ่งก็จะส่งผลไปถึงการนำเรื่องคุณสมบัติของนายเรืองเดชที่เกษียณราชการไปแล้วไปฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ชี้ขาดหรือมีคำพิพากษาเช่นเดียวกับกรณีของ มรภ.กาญจนบุรี จะต้องรอจนกว่าจะมีการชี้ขาดจากระดับกระทรวงหรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา แม้ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 องค์กรจะออกมาบอกในทำนองเป็นหน้าที่ของสภาแต่ละแห่งเองเป็นผู้ดำเนินการ” แหล่งข่าวกล่าว

