‘อช.ผาแต้ม’ เตรียมปลูกป่าทดแทนพื้นที่รีสอร์ตรุกป่า เผยเจอกดดันตรวจพิสูจน์โฉนด

28.09.18 | 15:44 น.

อุทยานแห่งชาติแตรียมปลูกป่าทดแทนพื้นที่รีสอร์ตที่ถูกรื้อถอนให้คืนสู่ธรรมชาติ,หัวหน้าอุทยานเผยนำมวลชน ทนายความและนักข่าว มากดดัน เรียกร้องให้เปลี่ยนกรรมการตรวจพิสูจน์ ในการขอออกโฉนดที่ดินจากหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 6 และ 26 เหตุเพราะกลัวนำข้อมูลการแปลตีความภาพถ่ายจากผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ ที่เคยเบิกความเป็นพยานศาลมาแล้ว พร้อมเนื้อหาสาระสำคัญ ที่ศาลระบุว่า ส.ค.1 ที่จำเลยนำมาแสดงมีตำแหน่งไม่ตรงกับที่ครอบครองจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายน นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มร่วมกับ ทหาร ตำรวจ กว่า 200 นาย เข้ารื้อถอนรีสอร์ตหรูบ้านไม้หอม มีนางนิลา สิงห์คีรี ภรรยานายดุสิต สิงห์คีรี ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์เป็นเจ้าของ และรีสอร์ทศรีชัยริเวอร์อินน์ มีนายบดินทร ศรีชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม เป็นเจ้าของนั้น ขณะนี้การดำเนินการรื้อถอนตัวอาคารรีสอร์ต ทั้ง 2 แห่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการรื้อหมดแล้วคงเหลือแต่บริเวณพื้นของตัวอาคารรีสอร์ต ที่เป็นปูน ต้องใช้รถแบ๊กโฮ เข้าทำการปรับพื้นที่ทั้งหมด จากนั้นก็จะดำเนินการนำต้นไม้มาปลูกเพื่อคืนผืนป่าต่อไป ส่วนอีก 2 รีสอร์ตซึ่งได้แก่ บ้านดินผาแต้ม อยู่ระหว่างการดำนินการรื้อถอน เพราะที่ดินส่วนถึงอยู่ในเขตอุทยานผาแต้มและอีกส่วนหนึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และเรือนกะยอม รีสอร์ท อยู่ระหว่างยื่นศาลฎีกา


นายนครินทร์ สุทัตโต กล่าวว่า จากกรณีเจ้าของรีสอร์ทได้ยื่นเรื่องเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงในเรื่องของการก่อสร้างรีสอร์ตรุกที่อุทยานผาแต้มนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาอำเภอโขงเจียมได้มีหนังสือเชิญ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม พร้อมกับอีก 4 หน่วยงานประชุม เรื่อง การตรวจพิสูจน์ที่ดินในเขตป่าไม้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 34 (พ.ศ.2537) โดยอ้างคำสั่งจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 555/2559 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ที่สั่งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลฯ สาขาพิบูลมังสาหาร ดำเนินขั้นตอนการขอออกโฉนดที่ดินจากหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 6 และ 26 ภายใน 60 วัน โดยในคำสั่งดังกล่าวมี ปลัดอาวุโสอำเภอโขงเจียมเป็นประธานกรรมการ และที่ดินอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติ ควรต้องเรียกประชุมเฉพาะกรรมการเพื่อหารือแนวทางการทำงานก่อน แต่เป็นเรื่องที่แปลกมีการนัดหมายให้กรรมการไปประชุมที่บ้านดินผาแต้ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง รีสอร์ตที่ต้องทำการรื้อถอนเช่นเดียวกับอีกสองแห่งที่ได้รื้อถอนแล้ว

นายนครินทร์ สุทัตโต กล่าวว่า เมื่อไปถึงพบว่ามีการนำมวลชนมากดดัน ประกอบไปด้วย นักข่าว ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านจากทั้งบ้านกุ่ม บ้านตามุ่ย และบ้านท่าล้ง จำนวนกว่า 30 คน และมีทีมงานทนายความ จำนวน 6 คน พยายามให้ข้อมูลกับกรรมการในทางที่ให้เกิดประโยชน์กับที่ดินของตนที่ขอออกโฉนด หักล้างข้อมูลที่ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคดีอาญา

ต่อมาปลัดอาวุโสเดินทางมาถึงเวลา 11.00 น. เริ่มประชุมโดยประธานได้อธิบายถึงวิธีจะปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ในคำสั่ง ว่าจะลงดูพื้นจริงว่าสภาพเป็นอย่างไร สอบพยานบุคคลผู้สูงอายุ แล้วมาดูเอกสารประกอบ ซึ่งในฐานะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้ให้ความเห็นว่า ควรตรวจรายละเอียดใน ส.ค.1 ที่ขอออกโฉนดก่อนว่า มีสาระสำคัญอะไรบ้าง แล้วจึงมาดูพื้นจริงว่ามีลักษณะภูมิประเทศสอดคล้องตรงตามเอกสารหรือไม่ แต่ในที่ประชุมเป็นพื้นที่เปิดอยู่ท่ามกลางมวลชนที่มาและบนโต๊ะประชุมไม่ได้มีเฉพาะกรรมการ กลับมีทีมทนายจำนวนสองคน มาประชุมและให้ข้อมูลในที่ประชุมเพื่อพยายามสร้างความชอบธรรมกับพื้นที่ของตนที่กำลังขอออกโฉนด

Advertisement

เมื่อสอบถามที่ดินอำเภอที่ได้นำข้อมูลเดิมที่ช่างรังวัดที่ดินเคยมาทำรูปแปลงเอาไว้ ว่าทราบได้อย่างไรว่ารูปแปลงตรงตามตำแหน่งที่ระบุใน ส.ค.1 หัวหน้าฝ่ายที่ดิน สาขาพิบูลฯ แจ้งว่าช่างรังวัด ได้รังวัดตามที่เจ้าของที่ดินนำชี้ แต่ไม่ยืนยันว่าตรงตามตำแหน่ง จึงนำข้อมูลการแปลตีความภาพถ่ายจากผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ ที่เคยเบิกความเป็นพยานศาลมาแล้ว พร้อมเนื้อหาสาระสำคัญ ที่ศาลระบุว่า ส.ค.1 ที่จำเลยนำมาแสดงมีตำแหน่งไม่ตรงกับที่ครอบครองจริง แต่ที่พิพากษายกฟ้องเพราะขาดเจตนา แจ้งให้ที่ประชุมทราบพร้อมเอกสารประกอบ ทางทีมทนายก็พยายามทักท้วงว่า หน.อุทยาน เป็นคู่กรณีความกันอยู่ไม่ควรที่จะทำหน้าที่ในกรรมการตรวจพิสูจน์ในครั้งนี้ ควรเปลี่ยนตัวให้มีผู้แทนจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 มาแทน ซึ่งก็ได้แจ้งที่ประชุมว่า หากจะให้มีเปลี่ยนตัวกรรมการ ก็ไม่ขัดข้อง แต่ต้องทำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯเพื่อออกเป็นคำสั่งใหม่