ความคืบหน้าประเด็นดราม่า ที่มีการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ระหว่างบุคคลสองกลุ่ม ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในการสร้างทางเดินบอร์ดวอล์คขึ้นมาล้อมรอบต้นจามจุรียักษ์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี
ล่าสุดวันนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังต้นจามจุรียักษ์ อายุกว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะสำโรง ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พบประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางไปชมและถ่ายรูปตลอดทั้งวัน และยังพบกับสื่อทีวีของประเทศเกาหลีได้เดินทางไปยังต้นจามจุรียักษ์ เพื่อจะบันทึกภาพทำข่าวที่มาของต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นนี้ไปแพร่ภาพให้ชาวเกาหลีได้ชมกัน
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานปกครอง หน่วยงานทหารกองการสัตว์กาญจนบุรี และหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านต้นไม้ของกรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ต้นจามจุรียักษ์ พร้อมกับชี้แจงกรณีที่มีกลุ่มคนในโลกโซเชียลได้มีการนำข้อความไปโพสต์ใส่ร้ายหน่วยงานของรัฐลงในโลกโซเชียล แสดงความคิดเห็นต่างๆ นาๆ ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยที่มีการสร้างสะพานเดินรอบต้นจามจุรียักษ์ บางกลุ่มมองว่าทำให้ธรรมชาติจุดนั้นเสียหายไป บางกลุ่มบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ทำให้ประชาชนเข้าไปเหยียบย้ำโคนต้นไม้ใหญ่


โดย พันเอก อำนาจ จังพานิช ผู้อำนวยการกองการสัตว์กาญจนบุรี ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ต้นจามจุรียักษ์ ต้นนี้ ชี้แจงว่า ในห้วงที่ผ่านมาต้นจามจุรียักษ์นี้ได้ทรุดโทรม และมีกิ่งขนาดใหญ่ทยอยแห้งตายเป็นจำนวนมาก กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก ได้ร้องขอให้ศูนย์สนับสนุนการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่ในพระราชฐานฯ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาทำการฟื้นฟู จนกระทั่งต้นจามจุรียักษ์มีสุขภาพที่ดีขึ้น
จากนั้นได้มีการหารือและวิเคราะห์สาเหตุ จากผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่าเกิดจากต้นไม้อายุมาก มีโรคและแมลงรบกวน และที่สำคัญคือต้นจามจุรียักษ์ได้รับผลกระทบจากการเหยียบย่ำรากบริเวณโคนต้น โดยเฉพาะในเขตทรงพุ่มเสียหายเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีการขุดลอกตามลำต้นจากนักแสวงโชค ทำให้ต้นจามจุรียักษ์เกิดบาดแผลติดโรคได้ง่าย และการนำผ้าสีไปผูกทำให้เกิดความชื้นขึ้น จนเกิดเชื้อรา หากปล่อยทิ้งไว้ ต้นจามจุรียักษ์จะมีอายุอยู่ได้อีกไม่นาน
ดังนั้นสาเหตุดังกล่าวจึงจำเป็นต้องหาทางป้องกัน โดยได้ร่วมกันหาวิธีที่คิดว่าดีที่สุด คือยกพื้นให้เป็นทางเดินไม่ให้นักท่องเที่ยวและผู้เสี่ยงโชค เดินเหยียบย้ำหรือนำยานพาหนะเข้าไปเหยียบย้ำบริเวณโคนต้นจามจุรียักษ์ และจะมีการปูหญ้าเพิ่มความเป็นธรรมชาติและสร้างความชุ่มชื่นให้กับโคนต้นไม้ต่อไป ซึ่งการก่อสร้างอาจทำให้สูญเสียธรรมชาติไปบ้าง แต่ก็มีความจำเป็น เพื่อแลกกับการให้ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีอายุยืนยาวไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม และอยู่คู่กับจังหวัดกาญจนบุรี ให้นานที่สุด
และในช่วงบ่ายจของวันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี นายวิฑูรย์ สิรินุกูล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายกฎหมาย เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่ได้กระทำการแชร์ข้อความใส่ร้ายแก่หน่วยงานของรัฐกรณีการสร้างสะพานทางเดินบริเวณรอบๆ ต้นจามจุรียักษ์ ซึ่งในการโพสต์ของบุคคลกลุ่มนี้เบื้องต้นมีจำนวน 6 ราย และหากมีบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกจะรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความร้องทุกแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ต่อไป

สำหรับ นายประสาน นิยมทรัพย์ สมาชิกสภาจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าของพื้นที่ได้กล่าวว่า ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้เป็นต้นที่ 20 ของโลก มีอายุกว่า 100 ปี ส่วนกรณีที่มีการปรับปรุงนี้มีบางกลุ่มเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ต้องรอให้ทั้งหมดเรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยออกมาวิจารณ์จะดีกว่า หากไปวิจารณ์ในโลกโซเชียล จะทำให้เกิดความเสียหายกับจังหวัดได้ ซึ่งในอดีตมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา ห้องน้ำที่สะอาด ปัจจุบันทางจังหวัดกาญจนบุรี ได้ดำเนินการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้ทั้งหมดแล้ว และกำลังให้มีอินเตอร์เน็ตมาติดตั้งตรงจุดนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย และทราบว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะเดินทางมาประชุมที่จังหวัดกาญจนบุรีเร็วๆ นี้ และคาดว่าน่าจะเดินทางมาชมต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้ อย่างไรก็ตามอนาคตอยากฝากให้สื่อช่วยกระตุ้นให้มีการนำผู้ประกวดต่างๆ มาเดินรอบๆ บริเวณต้นจามจุรียักษ์นี้ เนื่องจากบรรยากาศสวยงามคู่ธรรมชาติอย่างมาก
ส่วนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชมต้นจามจุรียักษ์ ต่างบอกถึงความรู้สึกแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายก็ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นการรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นนี้ให้อยู่ได้ยาวนานต่อไป เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่คู่กับจังหวัดกาญจนบุรี

