เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาใน ต.สีมุม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ต่างพากันจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเก็บเกี่ยวผลผลิตในนาปรังของตนเองอย่างคึกคักตามฤดูเก็บเกี่ยวปกติ แต่ชาวนาหลายคนต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากข้าวนาปรังทุกแปลงประสบกับปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ต้นข้าวแห้ง เมล็ดลีบ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จนต้องสั่งให้รถเกี่ยวทิ้งนาข้าวไว้บางส่วน เนื่องจากไม่มีเมล็ดข้าวให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้
นายองอาจ ทะยอมใหม่ อายุ 63 ปี ชาวนารายหนึ่งในหมู่บ้านแปะ หมู่ 8 ต.สีมุม อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ปีนี้ได้ปลูกข้าวนาปรังจำนวน 15 ไร่ ซึ่งทำไปตามปกติเหมือนทุกปีที่ผ่านมา โดยคาดหวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายเพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งปีที่แล้วสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เฉลี่ยไร่ละ 800 กิโลกรัม รวมประมาณ 12 ตัน แต่มาในปีนี้ปรากฏว่าที่นาของตนประสบกับปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากเขื่อนลำตะคองไม่ปล่อยน้ำมาให้ทำนาเหมือนปีที่แล้ว ทำให้ต้นข้าวขาดน้ำหล่อเลี้ยงและเมล็ดลีบเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะเสียหายไปกว่าร้อยละ 70 วันนี้จึงได้จ้างรถเกี่ยวข้าวมาเก็บเกี่ยวผลผลิตในราคาไร่ละ 500 บาท โดยหวังเพียงว่าหากได้ข้าวไร่ละประมาณ 500 กิโลกรัม ก็ดีใจแล้ว แต่เมื่อรถเกี่ยวข้าวลงไปในแปลงนา ก็พบว่ามีหลายแปลงที่ไม่มีเมล็ดข้าวให้เกี่ยว ตนจึงต้องยอมให้ทิ้งช่วงไว้ เพราะถ้าเกี่ยวไปแล้วก็ได้ผลผลิตไม่คุ้มกับค่าจ้าง

“ส่วนข้าวที่เกี่ยวได้แล้วก็คงจะขายไม่ได้ราคา เพราะเมล็ดข้าวไม่สมบูรณ์ หากนำไปสีข้าวก็จะได้เมล็ดที่หักเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นโรงสีจึงไม่รับซื้อ ตนจึงต้องฝืนใจเก็บไว้กินเองในครอบครัว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากนาผืนนี้ก็ต้องเสียค่าเช่าปีละ 1,000 บาทต่อไร่ รวม 15,000 บาท และได้กู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส.มาลงทุนปลูกข้าวไปแล้วกว่า 30,000 บาท ดังนั้นจึงต้องแบกรับภาระหนี้สินไว้ทั้งหมด ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้ดื้อต่อคำเตือนของชลประทาน แต่หากไม่ให้ทำนาก็ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร เพราะมีอาชีพทำนาเพียงอย่างเดียว” นายองอาจกล่าว


