หน้าแรก ภูมิภาค ศูนย์ฝนหลวงเห...

ศูนย์ฝนหลวงเหนือเตรียมช่วยชาวสวนเมืองลับแล เจอไฟป่าทำเสียหายกว่า 8 หมื่นไร่

24.04.16 | 13:12 น.
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ น.ส.หนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ประชุมทำความเข้าใจกับเกษตรกรชาวสวน ต.หัวดงและ ต.แม่พูล อ.ลับแล ต่อกรณีที่ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ทำหนังสือถึงกองปฏิบัติการฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ช่วยทำฝนหลวงในพื้นที่อำเภอลับแล โดยเฉพาะพื้นที่ของชาวสวนที่ปลูกทุเรียนหลง-หลิน หมอนทอง ลางสาดและลองกอง ผลไม้ที่สร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นผลชี้วัดจีดีพีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่คนในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ผลไม้กำลังขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงดอกผล ใบ และลำต้น เนื่องจากเจอปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ทำให้ทุเรียนที่ออกลูกแล้วไม่เติบโตและร่วงลงสู่พื้น ส่วนดอกที่กำลังออกอยู่ก็ร่วงเช่นเดียวกัน พืชผลทางการเกษตรต้องการน้ำอย่างมากในระยะนี้ และต้องอาศัยฝนหลวงเข้าช่วย
ที่ประชุมสรุปแนวโน้มการทำฝนหลวงว่า ความชื้นสัมพัทธ์ข้างล่างถูกไล่ขึ้นมาตั้งแต่จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ไหลเข้าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยกระแสลมทางตะวันตกเฉียงใต้นำความชื้นจากทะเลเข้ามา และต้องดูภาพรวมอื่นถึงแนวปะทะอากาศจะช่วยในการยกตัวของอากาศรวมถึงการกลั่นตัวที่จะทำให้ก่อให้เกิดการควบแน่นเป็นเมฆได้มากน้อยแค่ไหน ปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูร้อนหากช่วยได้ในระดับหนึ่งคงไม่เหมือนฤดูฝน และโอกาสที่จะทำฝนหลวงให้พื้นที่ช่วงนี้ได้มี 50:50
201604241158532-20021028190359
จากนั้น น.ส.หนึ่งหทัยนำนายอำเภอลับแลและประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจดูสภาพสวนทุเรียน ลางสาด และลองกองที่รับความเสียหายจากอากาศที่ร้อนจัดและภัยแล้ง รวมถึงปัญหาไฟป่าที่เผาไหม้สวนผลไม้ถึง 2 ครั้ง พบต้นทุเรียน ลางสาด และลองกองเหี่ยวเฉากำลังยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก และพื้นที่ป่าไม้และสวนผลไม้ของเกษตรกรถูกไฟป่าเผาเป็นบริเวณกว้าง
นายบัญชา อรุณเขต ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า หลังสำรวจพบว่าไม้ผลที่ยืนต้นตายส่วนใหญ่เป็นต้นลางสาดและต้นลองกอง ส่วนทุเรียนซึ่งเป็นต้นใหญ่ยังยืนอยู่ได้ ระหว่างความแล้งกับไฟป่า ไฟป่าพื้นที่พบไม่มาก แต่ความเสียหายรายบุคคล 100% หรือเสียหายหนัก โดยเฉพาะลางสาดและลองกองตายจากยอดดอยลงมา ผลกระทบ 30% ภัยแล้งแค่ทำให้ผลผลิตเสียหาย ทุเรียนตอนนี้กำลังออกดอกและออกผล ภายใน 3 สัปดาห์ หากไม่มีฝนช่วยดอกที่ออกจะแห้งและร่วงตกลงมา ผลทุเรียนที่ออกมาแล้วจะไม่โต น้ำหนักจะไม่ได้ตามที่ต้องการ จาก 1 กิโลกรัมเหลือเพียงครึ่งกิโลกรัม ผลผลิตเก็บเกี่ยวสู่ตลาดช่วงฤดูกาลรุ่นแรกกลางเดือนพฤษภาคม ทุเรียนพันธุ์หลงและพันธุ์หลิน มีเพียงแค่ 10%  ส่วนรุ่นที่สองปลายเดือนกรกฏาคม ทุเรียนหลงหลินจะไม่มีออกสู่ตลาดเลย รุ่นที่สามช่วงประมาณเดือนกันยายน ทุเรียนที่จะออกสู่ตลาดจะมีเฉพาะแต่หมอนทองเท่านั้น ดังนั้นปีนี้ผู้บริโภคต้องทำใจเพราะจะได้กินทุเรียนพันธุ์หลงและหลิน ลับแลในราคาแพงอย่างแน่นอน
201604241158536-20021028190359
นายบัญชากล่าวว่า พื้นที่ปลูกทุเรียน ลางสาด และลองกองใน 3 ตำบลของอำเภอลับแล ประกอบด้วย แม่พูล ฝายหลวง นานกกก รวมทั้งสิ้น 80,000 ไร่ รับผลกระทบอากาศที่หนาวจัดเดือนมกราคม เจอไฟป่าที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและผลกระทบภัยแล้งรุนแรง ทำให้ไม่มีน้ำช่วยหล่อเลี้ยงลำต้น ดอก ใบและผลทุเรียน รวมถึงผลไม้ลางสาดและลองกอง ภายใน 21 วันนี้ ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ลางสาด และลองกองได้รับความเสียหายอย่างหนัก คิดเฉพาะมูลค่าความเสียที่ได้รับเกือบ 3,000 ล้านบาท หากรวมมูลค่าที่ต้นทุเรียน ลางสาด และลองกองตาย คงไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เพราะชาวสวนต้องนับหนึ่งใหม่ และใช้เวลาเกือบ 10 ปี ถึงจะให้ผลผลิตออกมา
“สิ่งที่อยากจะฝากบอกเกษตรกรชาวสวนว่าปีที่แล้วเจอภัยแล้งว่าหนักแต่ปีนี้หนักกว่า น้ำที่ใช้ในการทำเกษตรเราจะต้องรักษาแหล่งต้นน้ำเอาไว้ เมื่อใดที่ชาวสวนไม่รักษาต้นน้ำเอาไว้ โอกาสข้างหน้าสวนผลไม้ที่อยู่ในพื้นที่สูงและมีระยะทางยาวลงมาสู่พื้นที่ลุ่มตอนล่างจะได้รับความเสียหายทั้งหมด ป่าชุมน้ำป่าต้นน้ำชาวสวนทุกคนต้องช่วยกันรักษา ส่วนเรื่องฝนหลวงที่จะเกิดในพื้นที่คงต้องรอลุ้นต่อไป” นายบัญชากล่าว