เมื่อวันที่ 30 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยกู้ภัยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน บผ 6688 เพชรบูรณ์ วิ่งลงมาจากสถานีรายงานอากาศเขาเขียวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก เมื่อถึงบริเวณช่วงคันสะดุด ก่อนถึงหน้าด่านเขาเขียว รถเกิดเสียหลัก พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง สภาพเสาไฟฟ้าหักกลางโค่นลงมาล้มทับใส่ตัวรถได้รับความเสียหาย ตรวจสอบภายในรถมีชาย 2 คน หญิง 3 คน ถูกแรงกระแทกอัดติดกับพวงมาลัยรถ และได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าดับทั้งบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และสถานีตรวจอากาศเขาเขียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา ร.อ.ชัยพร จันทร์พงษ์ ผบ.ร้อย กรมอากาศโยธิน ได้นำกำลังพลลงมาประสบเหตุ จึงรีบช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถ เวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานแห่งขาติเขาใหญ่ได้มาถึง และรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด ทั้งแขนหัก คางแตก ส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ส่วนสาเหตุมาจากผู้ขับขี่ใช้ความเร็ว ประกอบกับช่วงเช้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีฝนตก ซึ่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้เร่งตัดไฟฟ้า และฝ่ายโยธาอุทยานฯ นำรถมายกเสาไฟฟ้าออกจากเส้นทางแล้ว
นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า รถกระบะที่เกิดเหตุเป็นของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่กลับมาจากขึ้นไปทำงานเตรียมการเปิดแหล่งท่องเที่ยว “ผาเดียวดาย” ที่ปิดก่อนหน้ารวม 3 เดือนในการฟื้นฟูสภาพป่าแหลงท่องเที่ยว สำหรับสภาพอากาศบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังไม่เริ่มเข้าสู่หน้าหนาว ยังมีฝนตกทุกวัน ด้านบนเขาใหญ่มีอุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาเซลเซียส
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ในช่วงต้นหนาวนี้ เป็นการเริ่มเข้าสู่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.นครราชสีมา และ จ.สระบุรี จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์มาเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยเฉพาะการกางเต็นท์ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีมาตรการ “ปฏิบัติการ “4 ม.” ขอคืนพื้นที่เขาใหญ่” ได้แก่ ม.1 ไม่ขับรถเร็วเกินอัตรา, ม.2 ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า, ม.3 ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์และเพื่อนนักท่องเที่ยว และ ม.4 ให้นำขยะกลับคืน แต่ยังพบมีการฝ่าฝืนต่อเนื่องบ่อยครั้ง



