เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่บริเวณวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน หรือวัดหิรัญญาราม ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำกลุ่มมวลชนจำนวนกว่า 100 คน เข้าปิดกุฏิพระครูพิสุทธิวรากร รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเล และดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เรียกร้องให้มหาเถรสมาคมและเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปลี่ยนรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานรูปใหม่ สืบเนื่องมาจากรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน (รูปปัจจุบัน) ได้ยึดถือและปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้อดีตเจ้าอาวาสวัดที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งคืนตู้เซฟและสมุดบัญชีเงินฝากรวมถึงทรัพย์สินต่างๆ
ต่อมา เมื่อวันที่ 27 กันยายน รักษาการเจ้าอาวาสได้แถลงข่าวพร้อมระบุว่า วัดหลวงพ่อเงินบางคลานมีเงินสด วัตถุโบราณ พระเครื่องพระบูชา มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่เป็นของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสเก็บรักษาไว้และไม่ยอมส่งมอบคืนให้กับรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและจัดระเบียบทรัพย์สินของวัดบางคลานตามคำสั่งศาลและมติมหาเถรสมาคม

ล่าสุด รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลานได้มีคำสั่งให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ซึ่งเป็น สนช.พ้นจากตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน โดยรักษาการเจ้าอาวาสจะดำเนินการตามรายงานของศาล ซึ่งคาดว่าปมเหตุดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้เกิดม็อบบุกป่วนภายในวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน โดยขณะเกิดเหตุรักษาการเจ้าอาวาสไม่ได้อยู่ภายในวัด แต่ได้เดินทางไปร่วมประชุมคณะสงฆ์
นายกิตติศักดิ์พร้อมด้วยกลุ่มมวลชนได้นำกุญแจไปล็อกกุฏิรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานและภายในวิหารต่างๆ ที่ใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน วัตถุมงคล และวัตถุโบราณต่างๆ ของวัดบางคลาน เพื่อไม่ให้รักษาการเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดชุดใหม่เข้าไปตรวจสอบได้ แม้ว่าปลัดอำเภอ ที่ว่าการอำเภอโพทะเลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเข้าเจรจากับกลุ่มมวลชน แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากกลุ่มมวลชนยังคงยืนยันที่จะให้ปลดรักษาการเจ้าอาวาสและแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานรูปใหม่เท่านั้น

