เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอขุนหาญ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิโรฐย์ อินทรสมบัติ ผกก. สภ.กันทรอม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวทางปกครองว่ามีการลักลอบขนไม้พะยูงมาพักไว้เพื่อรอการแปรรูปส่งขายให้กับนายทุน ที่บริเวณบ้านเลขที่ 287 ม.2 ต.โพธิ์กระสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สมาชิก อส.อ.ขุนหาญ ที่ 6 และชุดเฉพาะกิจ อ.ขุนหาญ สนธิกำลังร่วมกับ สภ.กันทรอม, จนท.ศก.1 ชป.5 กกล.รส.จว.ศก. กก.3 บก.ปตส. ร่วมกันออกไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงสถานที่ตามที่ได้รับแจ้งได้พบกับนายสะอาด มนตรีวงษ์ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในบริเวณบ้านและรอบบ้าน จากการตรวจสอบพบไม้พะยูง จำนวน 29 ท่อน ไม้ชิงชัน จำนวน 2 ท่อน ซึ่งไม้ทั้งหมดหากส่งไปขายต่างประเทศจะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท วางอยู่บริเวณขอบรั้วบ้าน และในตัวบ้าน และพบเลื่อยโซ่ยนต์ รถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีเทา ซึ่งไม้ทั้งหมดนายสะอาดให้การว่าเป็นของนายสุทิศ เภาเเก้ว อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 140 ม.15 ต.ห้วยติ๊กชู อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบุตรเขยของตน
นายสุทิศ เภาแก้ว ให้การยอมรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง ส่วนรถยนต์เป็นของนายทุน ชื่อเล่นว่า ณัฐ เป็นชาวอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ที่ใช้ในการลักลอบขนไม้พะยูง เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางทั้งหมดและแจ้งข้อกล่าวหากับ นายสะอาด และนายสุทิศ ว่าร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูป ไม่ว่าจำนวนเท่าใด ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ ฐานมีผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จากนั้น นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรอม อ.ขุนหาญ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1

