กรณีวันที่ 2 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 21 สนธิกำลังบุกเข้าจับกุมบ่อนการพนันในบ้านพักไม่มีเลขที่ ริมถนนมีโชค ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ่อนเล่นพนันไฮโล และไพ่เสือมังกร โดยสามารถจับกุมนักพนันทั้งชายและหญิงได้จำนวน 45 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์การเล่นการพนัน รวมทั้งเงินสด จำนวนกว่า 70,000 บาทนั้น
วันที่ 3 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับเรื่องการลักลอบเล่นการพนันนั้น ทางตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทุก สภ.ให้มีการตรวจจับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมในภารกิจจับกุมด้วย ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปวริศ บุญสุทธิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบความจริงแล้ว ถ้าหากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีการสั่งย้ายมาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาอีกครั้ง เพื่อที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันแห่งนี้หรือไม่ ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่มีข้อละเว้น
ส่วนเจ้าของบ่อนนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นรู้เพียงว่าเป็นบ่อนที่มีการย้ายที่เล่นไปเรื่อยๆ มีการรับแจ้งมาหลายครั้ง แต่เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบก็ไหวตัวทันทุกครั้ง พบแต่เพียงร่องรอยการลักลอบเล่นการพนันเท่านั้น ทั้งนี้การที่มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในตัวเมืองเช่นนี้ ถือว่าท้าทายกฎหมายบ้านเมืองมาก ซึ่งเท่าที่ทราบมีนักพนันลักลอบตั้งบ่อนเล่นกันอยู่หลายวง ในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดผลเสียต่อประชาชนในพื้นที่อย่างมาก โดยหลังจากนี้ตนก็จะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทุก สภ.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับบ่อนการพนันลักษณะเช่นนี้อย่างเคร่งครัดต่อไป

