เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่จ.แพร่ รายงานข่าวจากกลุ่มผู้ผลิตสุรากลั่นชุมชน บ้านวังลึก ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ เปิดเผยว่า ปัญหาของกลุ่มผู้ผลิตสุรากลั่นชุมชนในจังหวัดแพร่ 217 โรงงาน ที่เคยร่วมกับเครือข่ายเหล้าพื้นบ้านภาคเหนือต่อสู้เพื่อแก้กฎหมายสุราสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร จนได้รับการเปิดช่องให้ผลิตสุรากลั่น สุราแช่ในชุมชนได้ ภายใต้กฎกระทรวง “สุรากลั่นชุมชน” ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา แม้การเก็บภาษีสุราของกรมสรรพสามิตจะมีอัตราเทียบเท่ากับสุรากลั่นของบริษัทสุรายักษ์ใหญ่ แต่การผลิตสุรากลั่นชุมชนใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบในการหมักสุรา ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าการใช้กากน้ำตาลหมัก เช่น บริษัทสุราที่สัมปทานผลิตกับรัฐ (เหล้าโรง) ขณะเดียวกันวงรอบการจำหน่ายมีน้อยกว่า ทำให้ต้นทุนต่อขวดสูงมากจนเกือบไม่มีกำไร
“การผลิตสุรากลั่นชุมชนเกือบไม่เหลือกำไร หลังต้องเก็บภาษีในอัตราสูง ในที่สุดต้องผลิตสุราจำหน่ายแบบถุง เพื่อเลี่ยงภาษี แต่การเลี่ยงภาษีจะต้องจ่ายส่วยเพิ่มเดือนละ 5,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของหญิงรายหนึ่งที่กับบเจ้าหน้าที่สรรพสามิตรายหนึ่ง จึงจะสามารถลำเลียงสุราถึงไปตามเส้นทางได้ หากไม่จ่ายการปราบปรามจะรุนแรงมาก หรือหากถูกจับได้ต้องจ่ายค่าปรับในอัตราสูงมากจนบางรายขาดทุนหนัก นอกจากนี้มีตัวอย่างจาก เจ้าของโรงเหล้ากวางโกศัย หจก.รุ่งปัญญาการสุรา ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 บ้านแม่ยางโทน ต.แม่ยางตาล อ.ร้องกวาง จ.แพร่ หลังถูกสรรพสามิตจับกุมจนต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่ายค่าปรับ ในที่สุดถูกแก๊งทวงหนี้โหดจนต้องหนีออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอยนานนับปีแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว
นายอำนวย พลหล้า หัวหน้าศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จ.แพร่ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วกับความไม่สมดุลของการเก็บภาษี นอกจากนั้นยังมีการเรียกเก็บใต้โต๊ะอีก เรื่องนี้มีรายงานการร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ไปแล้ว แต่จังหวัดและฝ่ายทหาร นิ่งเฉย ทำให้ประชาชนที่ยึดอาชีพนี้ซึ่งถือเป็นผู้สืบทอดความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมของจังหวัดแพร่ มีกฎหมายคุ้มครอง กลับถูกรีดไถอย่างไร้มนุษยธรรม ขอให้จังหวัดเร่งแก้ไขก่อนสถานการณ์จะบานปลายออกไป
“มีผู้ประกอบการ ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ ถูกกลุ่มรีดไถเข้าไปจัดการ หลายรายต้องปิดกิจการหนีปัญหาที่เกิดขึ้น สังคมไทยจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้” นายอำนวยกล่าว
จากการตรวจสอบการเก็บภาษีสรรพสามิต จากการผลิตสุรากลั่นชุมชนในจังหวัดแพร่ พบว่าในปี พ.ศ. 2559 เก็บได้ 471,986,723.18 บาท ปี พ.ศ. 2560 เก็บภาษีได้ 495,728,919.04 บาท ส่วนปีนี้ภาษีตุลาคม 2560 – กรกฎาคม 2561 เก็บได้ 401,735,882.63 บาท นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ ล่าสุด มีรายงานว่า กลุ่มผู้ผลิตสุรากลั่นชุมชนกำลังเดินต่อไปไม่ได้ และกำลังทยอยปิดกิจการ

