เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ 5 ตุลาคม ร.ต.อ.ธารา น้าวานิช รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย พื้นที่หมู่ 2 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์
ที่เกิดเหตุบริเวณป่าละเมาะข้างทาง พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กน 6329 กาญจนบุรี พุ่งตกลงไปอยู่ในป่าข้างทาง สภาพรถด้านหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน ขฉค 572 กาญจนบุรี สภาพถูกชนจนพังยับเยิน หงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในป่าละเมาะเช่นกัน ใกล้เคียงรถจักรยานยนต์ พบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ นายประสงค์ สายมาอินทร์ อายุ 36 ปี สภาพศพขาหัก คอหัก กะโหลกศรีษะแตก เนื่องจากถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุ ยังพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง อีกหนึ่งคันและป้ายบอกทางริมถนน ถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนจนได้รับความเสียหายตกไปอยู่ในป่าละเมาะข้างทางเช่นกัน
โดย นายเปี๊ยก แซ่เฮง อายุ 62 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกชนได้รับความเสียหาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้จอดรถไว้ที่บริเวณป้ายบอกทาง ก่อนจะเดินลงไปหาเห็ดโคนที่ป่าละเมาะข้างทาง จากนั้นได้ยินเสียงดังโครมและเห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พุ่งตกลงมาข้างทาง ห่างจากจุดที่ตนหาเห็ดเพียงเล็กน้อย

ส่วนคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแผ่นหลังเล็กน้อยและยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจ ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นางเหมือนขวัญ ภุมมา อายุ 35 ปี ทำงานเป็นเสมียนบัญชีอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนบ้านแก่งหลวง ตำบลเกาะสำโรง และกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้เกิดวูบหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนจักรยานยนต์ของ นายประสงค์ ที่แล่นสวนมาเข้าอย่างจัง ก่อนที่รถจะพุ่งไปชนป้ายบอกทางและรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่อยู่ริมถนน จนพุ่งตกลงไปในป่าละเมาะข้างทางดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัว นางเหมือนขวัญ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


