หน้าแรก ภูมิภาค ตำรวจเร่งคลี่...

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี 6 ชายฉกรรจ์ฆ่าโหดหนุ่มรับเหมาก่อสร้างชาวมอญ

6.10.18 | 17:02 น.

ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ 6 คน บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายสองสามีภรรยาชาวไทยเชื้อสายมอญ ภายในร้านขายของชำเลขที่ 99/51 หมู่ 6 บ้านป่ายุบ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดย นายเม็ด (ไม่มีนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้เป็นสามีอาชีพรับเหมาก่อสร้างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่น.ส.ชะเอม (ไม่มีนามสกุล)อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนด.ญ.วริศรา ปัจศิริทรัพย์ อายุ 13 ปี บุตรสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรอดตายอย่างหวุดหวิด เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภาค 7 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ลงพื้นที่ร่วมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อหาตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อุกฉกรรจ์และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

ล่าสุดวันที่ 6 ตุลาคม พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้ร่วมกันประชุมวางแผนที่ห้องประชุม สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายกำลังกันลงพื้นที่หาข่าวในเชิงลึก เพื่อสืบหาเบาะแสของคนร้ายและติดตามจับกุมทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งยังคงตั้งปมว่าน่าจะเกิดจากความแค้นส่วนตัว แต่จะเป็นเรื่องอะไรยังคงต้องสืบให้ชัดเจน


โดย พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้นำทีมลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อปูพรมกันออกค้นหาอาวุธของกลางที่ใช้ก่อเหตุที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะโยนทิ้งเข้าไปในป่าที่อยู่สองฝั่งริมถนน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นอาวุธปลายแหลมประเภทเหล็กขูดชาร์ป เนื่องจากผลการชันสูตรศพนายเม็ดที่เจ้าหน้าที่ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชศูนย์ รพ.ราชบุรี พบว่า บาดแผลที่พบตามลำตัวของผู้ตาย รวม 16 แผล น่าจะเกิดจากการถูกอาวุธปลายแหลมประเภทเหล็กขูดชาร์ปแทง ซึ่งการค้นหาใช้เวลานานพอสมควร แต่ก็ไม่พบอาวุธต้องสงสัยแต่อย่างใด

นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนได้แยกกันออกติตามค้นหากล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ทั้งบริเวณถนนซอยใกล้กับจุดเกิดเหตุ รวมทั้งถนนพายพาส ถนนสายหลัก และถนนสายรองต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด และจะได้นำกล้องวงจรปิด ไปตรวจสอบหาลักษณะกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่ใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน วิ่งผ่านกล้อง แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้ทราบแต่อย่างใด จึงทำให้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ได้วางกำลังตรวจสอบในจุดที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ไว้ทั้งหมดแล้วเช่นกัน

ส่วนน.ส.ชะเอม ภรรยา ของนายเม็ด ผู้เสียชีวิต แพทย์แจ้งว่า อาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว แต่ทางแพทย์ยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าพบเพื่อสัมภาษณ์แต่อย่างใด รวมถึงงดให้ญาติเข้าเยี่ยมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพราะถือเป็นพยานปากสำคัญในคดี

Advertisement

สำหรับศพของ นายเม็ด ผู้เสียชีวิต ญาติได้นำมาทำพิธีทางศาสนาที่วัดหัวนา ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และจะทำพิธีฌาปนกิจศพ ในวันอังคารที่ 9 ต.ค.นี้ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่สองของการสวดพระอภิธรรม โดยมีพี่ชายและพี่สะใภ้ รวมถึงลูกหลานเฝ้าศพ ซึ่งสอบถามกับญาติหลายคนต่างไม่ทราบสาเหตุในครั้งนี้ เพราะผู้ตายก็ไม่เคยพูดอะไรให้ฟัง ทั้งๆ ที่มีบ้านอยู่ไม่ห่างกัน จึงไม่ทราบสาเหตุของการฆ่าโหดในครั้งนี้ว่าเกิดจากเหตุใดกันแน่ คงต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ขณะที่ ด.ญ.วริศรา ปัจศิริทรัพย์ อายุ 13 ปี ลูกสาว ซึ่งยังอยู่ในภาวะโศกเศร้าและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อของเธอมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว