จากเหตุการณ์ที่ นายหงวยลองเซ่ สุขเจริญประเสริฐ อายุ 49 ปี เสียชีวิตระหว่างเข้าบำบัดรักษาโรคพิษสุราเรื้อรังภายในศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ที่วัดวังผาแดง หมู่ 5 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา
โดยก่อนหน้านี้ นายจำรัส สุขเจริญประเสริฐ ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พ่อติดเหล้าอย่างหนักและป่วยเป็นโรคตับอักเสบ และพิษสุราเรื้อรัง จึงตัดสินใจเข้าบำบัดอาการดังกล่าว และเข้าไปในศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยที่ญาติไม่ทราบว่าภายในศูนย์ฯ ใช้วิธีใดในการบำบัดรักษา
หลังจากเข้ารับการบำบัดได้ไม่นาน เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ทราบข่าวว่า พ่อเสียชีวิต โดยคนที่บำบัดอยู่ภายในศูนย์ฯ บอกว่าพ่อของตัวเองมีอาการคลุ้มคลั่ง และเอาหัวพุ่งชนเสาจนหมดสติ แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำคล้ายกับการถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น ทราบเพียงว่าหัวใจล้มเหลว ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตทางตำรวจได้ส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ก่อนให้ครอบครัวนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลิตี้ล่าง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี บ้านเกิดผู้ตาย
ล่าสุดวันนี้ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางติดตามความคืบหน้าทางด้านคดี ที่สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.สราวุธ ศรีชัย ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ ว่า ภายหลังจากเกิดเหตุ ตนเองพร้อมด้วย พ.ต.ท.อิสรชน อินปิ่น รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ทวี ยุทธศักดารักษ์ รอง ผกก.ป.ฯ และ ร.ต.อ.ธรรม เข็มทอง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ด่านแม่แฉลบ พนักงานสอบสวน ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลศุกร์ศิริศรีสวัสดิ์ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ ร่วมกันลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุภายในวัดวังผาแดง ซึ่งเป็นเรือนนอนเรือนไม้ชั้นเดียวพื้นยกสูง พบว่าได้มีร่องรอยของการทำความสะอาดเรียบร้อยหมดแล้ว โดยเบื้องต้นได้สอบถามพระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัด แต่ไม่มีใครให้ข้อมูลใดๆ ส่วนผู้ที่เข้ารับการบำบัดระบุตรงกันว่า ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่แพทย์ได้ทำการชันสูตรศพ นายหงวยลองเซ่ เบื้องต้น พบร่องรอยของการถูกทำร้าย จากนั้นจึงได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงที่สถาบันนิติเวช
ต่อมาจึงได้นิมนต์พระสงฆ์และผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เพื่อทำการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พระศักดิ์ดา หรือ พระบอย อายุ 33 ปี ได้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ (3 ต.ค.) ผู้ตายพยายามหนีออกจากวัดเพื่อไปซื้อยาเส้น ซึ่งหลังจากมีผู้มาแจ้ง ตนจึงไปตามผู้ตายกลับวัด ปรากฏว่า ผู้ตายเกิดความไม่พอใจและพยายามที่จะชกต่อยพระบอย แต่ พระบอย หลบทัน จากนั้นก็คว้าไม้ตะพด ซึ่งเป็นไม้รวกตีผู้ตายไป 2-3 ที ก่อนนำผู้ตายไปล่ามโซที่เรือนนอน
ซึ่งที่เรือนนอนก็เป็นหน้าที่ของ พระจีระวัฒน์ หรือ พระเอ อายุ 22 ปี เป็นคนเฝ้า ปรากฏว่า พอล่ามผู้ตายไว้ที่เรือนนอนแล้ว ผู้ตายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง พระเอจึงพยายามเข้าไปห้ามปราม และได้ใช้ไม้ตีผู้ตาย เพื่อที่จะให้ผู้ตายสงบสติอารมณ์ กระทั่งหลังเที่ยงคืนผู้ตายก็ได้แน่นิ่งไป แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต คิดเพียงว่าผู้ตายว่าสงบลง
และวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 06.00 น. พบว่า ผู้ตายแน่นิ่งจึงได้ปลดโซ่ที่ล่ามไว้ออก จึงทราบว่า นายหงวยลองเซ่ เสียชีวิตแล้ว จึงได้ร่วมกันทำความสะอาดเรือนนอนดังกล่าว จากนั้นในเวลาประมาณ 10.00 น. จึงได้แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
จากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเชื่อได้ว่า พระบอย และ พระเอ ได้ลงมือทำร้ายร่างกายผู้ตายจนถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ยังมี พระสมศักดิ์ หรือ พระจ๊อด อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกันล้างเรือนนอนโดยเป็นการทำลายหลักฐานจึงประสานกับ พระครูโสภณกาญจนพิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดวังผาแดง ให้ พระบอย พระเอ และ พระจ๊อด มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับ พระบอย และ พระเอ รวม 3 ข้อหาคือ ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำให้สูญหายซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ส่วน พระจ๊อด ถูกแจ้งข้อหาเดียวคือ ทำให้สูญหายซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวช เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป





