อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ชี้ “สุเทพ” เดินสายหาเสียงที่เชียงใหม่ เป็นเรื่องปกติ บอกยินดีต้อนรับทุกพรรค เป็นทางเลือกให้ ปชช.ตัดสินใจ เผยไม่กระทบฐานเสียง-มวลชน เชื่อไม่เปลี่ยนแปลง บอกบ้านเกิด “แม้ว-ปู” เป็นเป้าหมายทุกพรรคที่อยากได้ ส.ส. ด้านเสื้อแดง บอกไม่ให้ราคา เชื่อ ปชช.เห็น-รับรู้พฤติกรรม ชี้อยากร่วมรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ
วันที่ 6 ตุลาคม 2561 นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 พรรคเพื่อไทย เผยกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เดินสายปาฐกถาเรื่องปฏิรูปประเทศ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนที่ จ.เชียงใหม่ ว่า เป็นเรื่องปกติของพรรคหรือนักการเมือง ที่อยากเสนอแนวคิดและนโยบายพรรคตัวเอง ก่อนนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ส่วนตัวยินดีต้อนรับทุกพรรค ที่มาหาเสียงที่เชียง
ใหม่ ไม่คิดปิดกั้น เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบการเลือกตั้งเอง
“การเดินสายของนายสุเทพ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่มีผลกระทบต่อฐานเสียง หรือมวลชนที่สนับสนุนพรรคเพือไทย เชื่อว่าไม่เปลี่ยนแปลงจึงไม่หวั่นวิตกกังวลอะไร จากการลงพื้นที่ทุกวัน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน และไม่ให้ย้ายพรรคอย่างเด็ดขาด ถ้าย้ายพรรคสอบตกทันที ซึ่งเชียงใหม่ ถือเป็นเป้าหมายทุกพรรค ที่ต้องการได้ ส.ส. เนื่องจากมีถึง 9 เขตบางพรรคอยากได้คะแนนพรรคหรือปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ
เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นบ้านเกิด นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการแข่งขันตามวิถีประชาธิปไตย หากพรรคเพื่อไทยไปลงพื้นที่หาเสียงที่ภาคใต้ ก็อย่าไปปิดกั้นแล้วกัน” นายประสิทธิ์ กล่าว
ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงเชียงใหม่ กล่าวว่า นายสุเทพ ลงพื้นที่เชียงใหม่ เชื่อว่าต้องการหาเสียงล่วงหน้า โดยอ้างการปฏิรูปประเทศและรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นเกมการเมือง เพื่อให้พรรคที่ตัวเองตั้งขึ้น สืบทอดอำนาจเผด็จการที่ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากประชาชน โดยตัวเองอยากอยู่เบื้องหลังของผู้มีอำนาจดังกล่าว
“ส่วนตัวไม่ให้ราคานายสุเทพ เพราะตระบัดสัตย์หลายเรื่อง มองว่าเป็นวิธีการเข้าสู่อำนาจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและเอื้อพวกพ้อง มากกว่ารักษาผลประโยชน์ประชาชน ที่ผ่านมาเชื่อว่าประชาชนเห็น และรับรู้พฤติกรรมมาโดยตลอด ส่วนที่ขอเสียงสนับสนุน 3.5 ล้านคน เพื่อให้ได้ ส.ส. 50 คนเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมืองนั้น ถือเป็นเรื่อง
ไม่จริง เพราะนายสุเทพ เคยถูกดำเนินคดีและถูกตัดสิทธิการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ก่อนหน้านั้นแล้ว” ด.ต.พิชิต กล่าว

