หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านอ่าวแห...

ชาวบ้านอ่าวแหลมสนเกาะพะงันร้องถูกเทศบาลประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อ้างเป็นที่ดิน น.ส.ล.(คลิป)

8.10.18 | 11:01 น.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบกองทัพภาคที่ 4 และคณะเดินทางไปยังหาดแหลมสน ม.8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากที่มีชาวบ้านผู้เสียหายที่ใช้ประโยชน์ในที่ดิน 14 ราย 15 แปลง ทำหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเทศบาลตำบลเพชรพะงัน ต.เกาะพะงัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านผู้เสียหายได้ยื่นหนังสือขอความเห็นชอบการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่ามาตรา 54 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ.2484 เพื่อการอยู่อาศัยประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่พบว่าเทศบาลตำบลเพชรพะงันกลับไม่ได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมเทศบาลเพื่อพิจารณา

ต่อมา สำนักงานเทศบาลตำบลเพชรพะงันมีหนังสือที่ สฎ 71101/274 ชี้แจงว่า บริเวณหาดแหลมสนเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยสภาพ และมีการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่ดินแปลงดังกล่าว โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี พ.ศ.2534, หาดแหลมสนมิได้มีประกาศเป็นเขตป่าไม้หรือเขตอุทยาน หรือมีการปักแนวเขตที่ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และบริเวณหาดแหลมสนมิได้เป็นเขตป่าเสื่อมโทรมหรือเขตพื้นที่ที่หมดสัญญาจากการสัมปทานของเอกชน ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวอาจขัดต่อชาวบ้านอ่าวแหลมสน เกาะพะงัน ร้องทุกข์โดนเทศบาลประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อ้างเป็นที่ดิน น.ส.ล. พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 29 ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้สภาเทศบาลประชุมปรึกษาหารือในเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเรืองการเมืองแห่งรัฐ” และมาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457

Advertisement

ขณะที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ส่วนแยกเกาะพะงัน ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบเรื่องราวคำขอและรายการรังวัดแปลงแหลมสน เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แต่อย่างใด ตามที่เทศบาลตำบลเพชรพะงันเป็นผู้ขอรังวัด แต่จะทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ว่าได้มีการจัดเก็บเอกสารเรื่องราวคำขอและรายการรังวัดการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงบึงแหลมสนหรือไม่อย่างไร

ทางด้านหน่วยป้องกันรักษาป่า สฎ16 (เกาะสมุย) ชี้แจงปัญหากรณีหาดแหลมสนว่า ชาวบ้านได้เข้ายึดถือครอบครองบริเวณดังกล่าวจริง จำนวน 119 ไร่ 60 ตารางวา ชาวบ้านใช้ประโยชน์ที่ดิน 15 แปลง 14 ราย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 โดยได้รับมอบจากบริษัท เลี้ยงฮวด จำกัด ผู้ได้รับประทานบัตรเหมืองแร่ โดยให้นายจรัส ยวนานนท์ เป็นผู้ดูแลพื้นที่ เป็นผู้รักษาเขตประทานของบริษัทและผลประโยชน์ของบริษัท ในปี 2529 บริษัทฯอนุญาตให้นายจรัส ปลูกบังกะโลอยู่ในเขตประทานบัตรเหมืองแร่หลังหมดประทานปี 2533 ได้มีการรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แต่ไม่สามารถออกได้เนื่องจากมีผู้คัดค้าน แต่ทางเทศบาลได้กล่าวอ้างว่าออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แล้ว

สำหรับที่ดินพื้นที่เกาะจะมี พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ครอบอยู่ตามมาตรา 4 (1) โดยคำว่า “ป่า” หมายถึงที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง อันรวมไปถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ชายตลิ่ง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเล ที่เป็นที่ดินของรัฐด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีบุคคลใดที่ได้มาตามกฎหมาย หรือยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะ หรือออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ก็ถือว่าที่ดินดังกล่าวบริเวณแหลมสนยังคงมีสภาพพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ คุ้มครองอยู่ ชาวบ้านที่ครอบครองอยู่จึงอยากขอใช้ประโยชน์ให้ถูกต้องต่อทางราชการ แต่เทศบาลตำบลเพชรพะงันไม่ยอมนำเรื่องเข้าสภาเทศบาลพิจารณา ชาวบ้านได้ร้องเรียนต่อเทศบาลตำบลเพชรพะงัน

ด้านนายบุญฤทธิ์ แก้วเรือง ตัวแทนชาวบ้านอ่าวแหลมสน กล่าวว่า เมื่อก่อนมีบริษัทเข้ามารับประทานบัตรเหมืองแร่ และมีการซื้อขายที่ดินจากชาวบ้านข้างเคียง หลังเปิดเหมืองดีบุกก็เกิดปัญหาทำให้บริษัทต้องหยุดทำเหมืองเพราะเส้นแร่ดินพุ่งไปในทะเล และเกิดดินสไลด์ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาจับจองสร้างบังกะโล แต่เทศบาลตำบลเพชรพะงันพยายามจะเข้ามาเอาพื้นที่นี้เพื่อทำประโยชน์หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจ ไม่อยากให้ถูกขับไล่ออกนอกพื้นที่ และยินดีทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายวิชวุทย์กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ตรงนี้มีความเป็นมาอย่างไร เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีพื้นที่เท่าไร รวมทั้งจะได้จัดระเบียบพื้นที่ตรงนี้ว่าจะได้ดำเนินการอย่างไร ว่าเป็นที่ดินสาธารณะหรือป่าไม้ หรือสิทธิที่ดินที่ราษฎรบอกว่าอยู่กินกันมาเมื่อ 30-40 ปีก่อน เพื่อทำให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายต่อไป