จากกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 11 คน ขณะเข้าไปในป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก รวมทั้งซากส่วนขาของหมีขอ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ 9 ตุลาคม ที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ บุณยะกาญจน์ นวท.(สบ4) กสก.ศพฐ.7 พ.ต.ท.หญิง วิลาสิณี วานิชชัง นวท (สบ3) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.กาญจนบุรี ได้ร่วมประชุมวางแผนเพื่อวางแนวทางในการทำงานดำเนินการเก็บหาวัตถุพยาน คราบเลือด และดีเอ็นเอ ภายในรถของกลางทั้ง 6 คัน โดยเฉพาะรถยนต์กระบะโตโยต้าไทเกอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ฒง 3555 กทม. ที่มี นายอนุสรณ์ เรือนงาม เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอด่านมะขามเตี้ย เป็นคนขับ ที่พบอาวุธปืนลูกกรดติดกล้องพร้อมเครื่องเก็บเสียง จำนวน 1 กระบอก ปืนสั้นขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน M.16 จำนวน 20 นัด กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 15 นัด อุ้งเท้าหมีขอ จำนวน 4 เท้า หนักรวมกันประมาณ 9.2 กก. โดยของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งจะต้องทำการตรวจอย่างละเอียด เพื่อเก็บหาหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนทางด้านคดี พ.ต.อ.ธานี สงวนจีน ผกก.สภ.ไทรโยค เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 11 คน เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว โดยพบว่า บางเรื่องผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่บางเรื่องก็ยังคงให้การปฏิเสธอยู่ โดยในช่วงบ่ายของวันนี้จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ต่อไป ซึ่งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประตัว แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และในเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะผู้เสียหายมาให้ปากคำ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี รักษาการหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ฉก.พญาเสือ) นางสาว เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.ไทรโยค พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยเขาปลาน้อย เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรไทรโยค เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ภาค 7 พร้อมคณะสื่อมวลชน ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จำนวน 2 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 พิกัด UTM_WGS 1984 ZONE 47 P0479485E 1574422N ป่าเขาพลู หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค 1.2 กิโลเมตร (บริเวณพื้นที่จับกุม/ตรวจยึด) พบหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ปลอกกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืน .45 มม. จำนวน 6 ปลอก โยนทิ้งข้างทางฝั่งขวา (ตามทิศทางรถผู้ถูกจับกุม) บริเวณรถคันที่ 2-3 ห่างจากรถประมาณ 7 เมตร 2.ถุงพลาสติกขาวขุ่นมีกลิ่นคาวและคราบคล้ายคราบเลือด ในลักษณะฉีกขาด โยนทิ้งข้างทางฝั่งซ้าย (ตามทิศทางรถผู้ถูกจับกุม) บริเวณรถคันที่ 5-6 ห่างจากรถประมาณ 7 เมตร
จุดที่ 2 พิกัด UTM_WGS 1984 ZONE 47 P0471286E 1577937N บริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ป่าเขาพลู หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยค (บริเวณพื้นที่ตั้งแคปม์พักแรม) พบหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติม 10 ชิ้น ดังนี้ 1.ชิ้นเนื้อ/ซากสัตว์ป่า (คล้ายลักษณะส่วนของกรามปากด้านล่างของหมีขอ) 1 ชิ้น 2.ขนสัตว์ป่าสีดำ จำนวน 3 จุด 3.เศษกระดูก/เครื่องในสัตว์ป่า บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ 4.เขียงที่ใช้ในการประกอบอาหาร บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ 5.มีดพร้าใช้ในการประกอบอาหาร บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ 6.หม้อใช้ในการประกอบอาหาร และน้ำผสมไขมัน บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ 7.กระป๋องเบียร์ บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ 8.คราบและชิ้นส่วนไขมัน บริเวณริมห้วยข้างแคมป์
คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันจัดเก็บหลักฐานและวัตถุพยาน ส่งตรวจหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวทางนิติวิทยาศาสตร์การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ DNAของซากที่ตรวจพบ และ การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ทางบุคคล รวมถึงจัดทำบันทึกตรวจสอบเพิ่มเติม นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ต่อไป






