หน้าแรก ภูมิภาค สลดชะตา 2 พี่...

สลดชะตา 2 พี่น้อง ถูกพ่อย่ำยี-กักขังในบ้านนาน 5 ปี หนีซุกบ้านอา ตามไปทุบตี (คลิป)

9.10.18 | 23:07 น.

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวจ.สกลนคร ได้โพสต์เรื่องราวสุดหดหู่ใจที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงรายหนึ่ง หลังจากถูกพ่อแท้ๆ ทุบตีที่บ้านอาในเขตอ.เมือง จ.สกลนคร จากนั้นจึงได้ทราบว่าเด็กหญิงคนนี้หนีจากพ่อในอำเภอแห่งหนึ่ง มาหลบอาศัยขอความช่วยเหลือที่บ้านอาเพราะสุดทนกับพฤติกรรมของพ่อที่มักจะถูกข่มขืนเป็นประจำ กักขังเวลาไม่อยู่บ้าน ไม่ได้เรียนหนังสือ โดยผู้เป็นแม่รับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวด้วย และเมื่อไม่สมยอม ผู้เป็นพ่อแม่ก็จะทุบตีลูกสาวจนด้ามไม้กวาดหัก ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวนี้ โดย นางพัทธนันท์ ทาเงิน อายุ 38 ปี และน.ส.ชลิดา วัฒนะ อายุ 37 ปี สองพี่น้องประกอบธุรกิจส่วนตัวในเขตเทศบาลนครสกลนคร ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงโซเซียล

นางพัทธนันท์ ทาเงิน กล่าวว่า วันที่ 6 ต.ค. 2561 น้องสาวส่งเรื่องมาว่ามีกรณีแบบนี้อยู่ที่ สภ.เมืองสกลนคร จึงเดินทางไปที่ สภ.เมืองสกลนคร ทราบว่ามีการแจ้งเหตุบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากพ่อของเด็กหญิงได้มาตามลูกที่หนีออกจากบ้านมาอยู่บ้านอาในเขต อ.เมือง ห่างกันประมาณ 60 กิโลเมตร โดยพ่อได้งัดบ้านเข้าไปแล้วทุบตีลูก จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลและเรียกตำรวจมาควบคุมตัวพ่อของเด็กหญิงไปแจ้งข้อหาฝากขังไว้และขอร้องเจ้าหน้าที่ว่าให้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากพ่อของเด็กหญิงขู่ฆ่าทุกคนหากออกมาได้ จากนั้นจึงโทรไปหาอาของเด็กหญิงว่าต้องการเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงและเดินทางไปที่อำเภอแห่งหนึ่งไปหาน้องเขาเพื่อพาไปตรวจร่างกายว่าถูกละเมิดทางเพศหรือไม่ ผลออกมาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศจนได้รับบาดเจ็บ จึงนำหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.ในอำเภอนั้นในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ พอทำเรื่องเสร็จจึงขอทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร เพราะสิ่งที่เด็กหญิงกลัวที่สุดคือกลัวพ่อจะออกมาอีกและจะทำร้าย ทำยังไงก็ได้ไม่ให้พ่อออกมา จากนั้นจึงนำตัวน้องมาอยู่ที่ปลอดภัย

นางพัทธนันท์ กล่าวอีกว่า เด็กหญิงรายนี้โตมากับยายจนอายุ 12 ปี จึงถูกนำมาเลี้ยงที่บ้านคล้ายกระท่อมนา พ่ออายุ 39 ปี แม่อายุ 32 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยที่น้องไม่ได้เรียนหนังสือ ถูกขังอยู่ในบ้านมักโดนทุบตี และข่มขืนเป็นประจำ โดยที่ผู้เป็นแม่ก็เห็นเหตุการณ์ว่าพ่อข่มขืนลูกแล้วพ่อก็ไปไล่ทุบตีแม่แล้วมาข่มขืนลูกต่อ เป็นแบบนี้มานานถึง 5 ปี จนตัวเด็กอยู่ไม่ได้ จึงหนีออกมาขอความช่วยเหลือที่บ้านอาในอ.เมือง แรกๆ อาไม่เชื่อแต่พอเห็นอาการ จนกระทั่งมาเจอวันที่พ่อมาตามลูกถึงเชื่อเหตุการณ์ที่เด็กเล่าให้ฟัง สภาพจิตใจเด็กหญิงก่อนจะมาเจอเรา มีอาการไม่พูด หวาดระแวง เนื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่ต่อมามื่อเราพูดคุยกับเขาเรื่อยๆ เขาเริ่มดีขึ้นจนตอนนี้เข้มแข็งมาก ไม่มีน้ำตาหยดออกมาเลย เราพยายามสอบถามว่ามีเสื้อผ้าใส่หรือไม่ ให้เลี้ยงข้าวน้องก็บอกว่าเกรงใจ เราพยายามให้หน่วยงานของภาครัฐเข้ามาช่วยเพราะตอนนี้น้องไม่มีบ้าน และคงจะกลับไปอยู่กับแม่ไม่ได้แล้วเพราะทางครอบครัวทางนั้นเอนน้ำหนักที่อยากจะประกันตัวพ่อและให้เรื่องราวจบลงแค่นี้ แต่เรื่องนี้เรื่องใหญ่ เราไม่ยอมต้องทำให้น้องปลอดภัย มีอนาคตที่ดีให้ได้

ด้าน พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร กล่าวว่า วันเกิดเหตุตำรวจได้รับแจ้งจากอาของเด็กหญิงว่ามีพ่อของเด็กหญิงได้ไปตามตัวที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งโดยมีการงัดบ้าน มีปากเสียงกันและตบตีลูก เจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ในบ้านจึงควบคุมตัวมาที่ สภ.เมืองสกลนคร และดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ สอบถามตัวเด็ก ก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าถูกผู้เป็นพ่อกระทำ จึงประสานไปยัง สภ.ท้องที่ให้ดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเพื่อสอบสวนแล้วแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ส่วนผู้เป็นพ่อขณะนี้ขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำสกลนคร

Advertisement
พัทธนันท์ ทาเงิน, ชลิดา วัฒนะ