รวบ ‘อดีตผู้ใหญ่บ้าน’ เดินสายขโมยเครื่องมือเกษตร-ก่อสร้างชาวบ้าน

11.10.18 | 15:04 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตสิน รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมนายวรรณ อินทจักร อายุ 48 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลสบข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ตามบ้านพัก-ไซต์งานก่อสร้าง เพื่อนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า พร้อมของกลางกว่า 41 รายการ อาทิ อ่างล้างจานสแตนเลส เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปั๊มน้ำ คอมเพรสเซอร์แอร์ สายไฟ เหล็กเส้น ท่อน้ำ บานประตูห้องน้ำพีวีซี และเครื่องมือช่างกว่า 100 รายการ

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.หางดง รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายในพื้นที่บ้านเกาะ หมู่ 3 ตำบลสบข่า อำเภอหางดงว่า มีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้านพัก และสถานที่ก่อสร้างบ้าน โดยล่าสุดเกิดเหตุที่ช่วงระหว่างวันที่ 25-26 กันยายนที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีชายคนหนึ่งนำเหล็กเส้นน้ำหนักประมาณ 140 กิโลกรัม และทรัพย์สินที่ขโมยไปบางส่วนบรรทุกใส่รถยนต์แวน ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน นง 6788 เชียงใหม่ ไปขายที่ร้านท่าทอง รีไซเคิล หมู่ 4 ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลและตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว และพบว่านายประจักษ์ อินทจักร ลูกชายของผู้ต้องหาเป็นผู้ครอบครองรถ จึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านายวรรณ อินทจักร เป็นคนขับรถนำทรัพย์สินมาขายที่ร้าน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ และเดินทางไปจับกุมตัวนายวรรณได้ที่บ้านพัก พร้อมตรวจค้นพบทรัพย์สินเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องมือต่างๆ กว่า 41 รายการ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทรัพย์สินที่ขโมยมา จึงยึดไว้ตรวจสอบต่อไป


ในขณะที่ พ.ต.อ.พิเชษฐกล่าวว่า ผู้ต้องหาจะทำทีเป็นช่างซ่อม และอาศัยช่วงที่ประชาชนไม่อยู่ในตอนกลางวัน เข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน หรือสถานที่ก่อสร้าง โดยใช้รถยนต์ของกลางลำเลียงทรัพย์สินออกมาแล้วนำไปพักไว้ที่บ้านพัก ก่อนจะทยอยนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว หนึ่งในผู้เสียหายนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พร้อมกล่าวขอบคุณที่สามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกโล่งใจ เพราะที่ผ่านมาคนร้ายก่อเหตุบ่อยครั้งจนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน