ร้อง ‘ปวีณา’ ม.1 ทำงานคาร์แคร์เจอไฟดูดเป็นเจ้าชายนิทรา เจ้าของคุยจ่ายหมื่นเดียวขอจบเรื่อง อยากได้มากกว่านี้ไปฟ้องเอาเอง

11.10.18 | 17:09 น.

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ” ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางสาวขวัญใจ คำตั้งหน้า อายุ 41 ปี ชาว จ. นครราชสีมา ระบุ เด็กชายชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน หรือน้องเผือก อายุ 13 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนมัธยมชื่อดังในช่วงปิดเทอมได้หารายได้พิเศษโดยทำงานที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขณะทำงานถูกไฟฟ้าดูดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเวลานานหลายเดือนต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทราในสภาพเป็นผักรวมทั้งเจ้าของคาร์แคร์ยังไม่รับผิดชอบมีการช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้แจ้งความ ร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง เกรงคดีไม่คืบหน้า จึงขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีพร้อม พ.ต.อ.อรุษ คำตุ้ย ผกก.สภ.โพธิ์กลาง นายอภิญญา สุจริตตานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นางสาวบุญสม แช่มสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมาและนางสาวอรินท์ มาศกาแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเช่าเลขที่ 80 บ้านห้วยบง หมู่ 5 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา บ้านพักอาศัยของนางสาวขวัญใจ คำตั้งหน้า เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและการช่วยเหลือ ด.ช.ชัยวัฒน์ หรือน้องเผือก นอนเป็นเจ้าชายนินทราอยู่บนเตียง โดยสอบถามความเดือดร้อนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมรวมทั้งสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างขัดสนเพื่อประสานให้ความช่วยเหลือจากนั้นนางปวีณา ฯ ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาใช้แรงงานเด็กกับผู้ประกอบการร้านคาร์แคร์ ส่วนคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆที่ครอบครัวนี้พึงได้รับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม โดยประสานความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้อย่างเต็มที่


ด้านนางสาวขวัญใจ ฯ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลานชายของตนที่ทำงานอยู่ที่คาร์แคร์ที่เกิดเหตุ ได้บอกเล่าเหตุการณ์ ขณะน้องเผือก กำลังใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำล้างพื้นจนตัวเปียกได้ถูกสายไฟของเครื่องฉีดน้ำที่มีรอยฉีกขาดจนเห็นสายทองแดงที่อยู่ภายในลัดวงจรเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดูด เพื่อนคนงานต่างตกใจแต่ มีคนหนึ่งตั้งสติได้จึงรีบวิ่งไปสับคัตเอาท์หรือสะพานไฟ เพื่อตัดกระแสไฟฟ้า แต่ลูกชายหมดสติแล้ว จากนั้นได้รีบนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นครราชสีมา แพทย์ได้ยื้อชีวิตสามารถปั๊มหัวใจให้เต้นขึ้นมาจนมีสัญญาณชีพและรีบส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ต้องอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก 7 วัน และห้องพักฟื้น 12 วัน แพทย์ได้ถึงอาการหลังถูกไฟฟ้าดูดลูกชายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองนานกว่า 20 นาที ต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทราและได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน

“น้องเผือก เป็นเด็กขยัน กตัญญูพ่อแม่ เลิกเรียนก็ไปรับจ้าง ตั้งแต่ปิดเทอมได้ไปทำงานที่ร้านคาร์แคร์ กินนอนอยู่ที่นั่นได้ค่าแรงวันละ 200 บาท หลังเกิดเหตุเจ้าของคาร์แคร์ ได้มาเยี่ยมน้องเผือกที่โรงพยาบาล 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เงิน 2,000 บาท ครั้งที่ 2 ให้ 1,000 บาท จากนั้นไม่ติดต่อมาอีกเลย ช่วงแรกได้ติดต่อจะให้เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท แต่ต้องให้ผู้ปกครองลงรายมือชื่อยินยอมจบเรื่องและถอนแจ้งความ ตนรู้สึกไม่เป็นธรรมจึงไม่ได้รับเงินนอกจากนี้ได้ถูกท้าทาย อยากได้มากกว่านี้ก็ไปฟ้องร้องเอาเอง ทุกวันนี้ครอบครัวอยู่อย่างลำบาก ตนก็ไม่ได้ทำงานต้องคอยดูแลลูกชายทั้งครอบครัวมีสมาชิก 5 คน ค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,500 บาท นายจวน ฯ อายุ 44 ปี สามีต้องทำงานรับจ้างเพียงคนเดียวรายได้ไม่พอรายจ่ายต้องกู้หนี้ยืมเงินญาติมาใช้จ่าย ที่ต้องซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่และนำลูกชายเดินทางไปโรงพยาบาลฯ ตามแพทย์นัด บางครั้งลูกชายมีไข้ขึ้นสูง ต้องเข้า –ออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ผ่านมา 5 เดือน คดีไม่คืบหน้าไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ขอให้ มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยด้วย” นางสาวขวัญใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ