จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุมตัว นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวก เข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นั้น
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 61 พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.สนธยา ฉายเกียรติ์ขจร สว.สส.สภ.ไทรโยค นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 เจ้าหน้าที่ ตร.ปทส. ได้นำตัว นายตาต้า ชาวเมียนมา ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ มือยิงหมีขอ และ นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย ซึ่งยอมรับว่าไม่ได้ซื้ออุ้งเท้าหมีขอมาจากชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาในราคา 100 บาท ตามที่ให้การไปก่อนหน้านี้ โดยมีผู้ต้องหาอีกรายคือ นายสกานต์ แก่งหลวง อายุ 34 ปี จนท.อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่ ตาต้า กล่าวอ้างว่า เป็นผู้สั่งการให้ยิงหมีขอ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย และภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยค

โดยในเวลา 15.30 น. เฮลิคอปเตอร์ได้ลงจอดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพลู) จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เดินทางต่อด้วยรถออฟโรด ไปทำแผนที่จุดเกิดเหตุในพื้นที่ป่าเขาพลู บริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดย นายตาต้า ยืนยันว่า นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และ นายสกานต์ แก่งหลวง ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบังคับข่มขู่ให้ตนเองพาไปล่าสัตว์ป่า
จุดแรกคือ จุดที่มีการยิงอีเห็น ซึ่งอยู่ภายในสำนักสงฆ์เต่าดำ ห่างจากจุดที่ นายวัชรชัย และพวกตั้งแคมป์ ประมาณ 300 เมตร และห่างจากป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์เต่าดำ 30 เมตร เท่านั้น จากนั้น นายสกานต์ แก่งหลวง เป็นผู้ใช้อาวุธปืนลูกกรด .22 ติดกล้องพร้อมเครื่องเก็บเสียง ยิงอีเห็นไป 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า

จุดที่สอง จุดที่มีการยิงหมีขอ บริเวณใต้ต้นไทรในป่า ซึ่งใกล้เคียงกับจุดที่ยิงอีเห็น โดยล่าหมีขอ บนต้นไทร ด้วยอาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ซึ่ง นายตาต้า ยืนยันว่า ตนเองและผู้ต้องหาอีก 2 รายคือ นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และ นายสกานต์ แก่งหลวง ไปล่าหมีขอ โดย นายตาต้า ยอมรับว่าเป็นคนใช้ปืนยิงเอง แต่เป็นเพราะถูก นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และ นายสกานต์ แก่งหลวง สั่งให้ยิง โดยยิงไป 1 นัด มี นายสกานต์ แก่งหลวง ทำหน้าที่ส่องไฟ ส่วน นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย ทำหน้าที่เก็บซากและนำกลับแคมป์ที่พัก

จุดที่สาม ด้านในสำนักสงฆ์เต่าดำ โดยนำไปชี้จุดชำแหละ และจุดเผาซากหมีขอ บริเวณที่ก่อกองไฟ ริมลำห้วย หลังแคมป์ที่พักของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้พบชิ้นส่วนของซากสัตว์ เป็นส่วนของกรามปากด้านล่างของหมีขอ และขนของหมีขอ รวมทั้งเศษกระดูกและเครื่องในสัตว์ป่า และยังพบร่องรอยการทำครัว ซึ่ง นายตาต้า รับเป็นคนชำแหละ ซากหมีขอเพียงลำพัง และแบ่งชิ้นเนื้อให้ นายอนุสรณ์กับ นายสกานต์ ซึ่งขณะตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบอุ้งเท้าหมีขออยู่ภายในรถของ นายอนุสรณ์ หรือ อส.ออย ส่วนลำตัว สะโพกขา และหาง เจ้าหน้าที่ตรวจพบเมื่อวาน
แต่เนื่องจากมืดค่ำเสียก่อน จึงทำแผนได้เพียง 3 จุดเท่านั้น ยังเหลือที่จะต้องทำแผนอีก 2 จุดใหญ่ คือ จุดทิ้งซากหมีขอ ซึ่งอยู่บริเวณข้างขอนไม้ถนนฝั่งขวา (มุ่งหน้าไปทางหน่วย ทย.6) ห่างจากถนน 2.85 เมตร และห่างจากจุดที่กลุ่มออฟโรดของผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุม ประมาณ 1.1 กิโลเมตร โดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งหลายคนอาศัยช่วงชุลมุนโยนซากสัตว์ป่าไปข้างทาง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอ เพื่ออำพราง และอีกจุดคือ ที่ศาลเจ้าพ่อเขาพลู ตามที่กลุ่มผู้ต้องหาระบุว่ายิงปืนเพื่อแก้บน
ซึ่งหลังจากทำแผนเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายตาต้า ไปควบคุมไว้ที่ สภ.ไทรโยค ก่อนที่จะส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้จะมีการดำเนินการนัดหมายทำแผนรับสารภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่มีกำหนด
ด้าน พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาหลัก 3 คน คือ นายตาต้า นายอนุสรณ์ และ นายสกานต์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนในทางคดี ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งคำรับสารภาพของผู้ต้องหานำมาสู่การหาพยานหลักฐาน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การ สำหรับ นายจิระ คนงานสำนักสงฆ์เต่าดำ ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ และไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด แต่ได้ออกหมายจับไปแล้ว

ทั้งนี้พยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมได้ในขณะนี้ ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ และหากพบว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ก็จะต้องมาทำแผนเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากขณะนี้ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน หลังจากนี้จะนำตัว นายตาต้า ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรีในวันพรุ่งนี้ ส่วน นายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ผู้ต้องหาที่หลบหนีไป และเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้วานนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา


