แฉอีก! ทุ่มซื้อเสียง ล็อกแบ่งเขตเอื้อ บิ๊ก ส.ส.

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม  ร.ต.พณนคร ดิวรางกูร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พิจิตร เขตเลือกตั้งที่ 3 พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวว่า ตามที่ กกต.ได้กำหนดรูปแบบการเลือกตั้งจังหวัดพิจิตรเป็นตัวอย่างไว้เป็น 3 แบบ เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็นจากประชาชนและผู้นำท้องถิ่นตามระเบียบ กกต. จากการลงพื้นที่ของผม พบว่ามีการใช้เงินเพื่อล็อบบี้ผู้ที่จะแสดงความคิดเห็นให้ออกความเห็นไปในทางที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบซึ่งเป็นฐานเสียงของนักการเมืองเก่า ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายและขัดเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์ อยากเรียกร้องให้ กกต. เอาจริงจังบังคับใช้กฎหมายตักเตือนผู้รับเงินและตัวแทนนักการเมืองที่เอาเงินมาซื้อ หรือทำการจับกุมดำเนินคดีอย่างจริงจังต่อไปหากยังฝืนกระทำผิดกฎหมาย

” นอกจากนี้ ผมอยากเรียกร้อง ให้ทั้งนักการเมืองและประชาชนก้าวพ้นการเมืองแบบเก่าๆที่ประโยชน์ตกไปไม่ถึงประชาชน”กล่าวคือวิธีทำการเมืองแบบเก่าๆ โดยใช้เงินและระบบหัวคะแนน จังหวัดพิจิตรใช้กันมานานตั้งยุคพ่อตกทอดมายังลูกหลานนักการเมืองเดิมคิดแล้งเป็นเวลานับได้สามช่วงอายุวัยทำงานของคน ผมเกิดอำเภอโพทะเลเริ่มรู้ความก็เห็นนักการเมืองทำการเมืองแบบนี้ แล้วตอนนี้ผมอายุ 54 ปีแล้วยังไม่เห็นเปลี่ยนแปลง ขอเรียกร้องพี่น้องประชาชนอย่าไปให้ความร่วมมือการเมืองแบบนี้ เราต้องร่วมกันพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไปสู่ความเป็นโลกสมัยใหม่ เอาข้อดีของระบอบประชาธิปไตยมาสร้างความเจริญให้จังหวัดพิจิตร และประเทศชาติโดยรวม เลือกผู้แทนราษฎรด้วยกำมือท่านเองและสั่งการนักการเมืองของท่านได้ เลือกแล้วเป็น ส.ส.แล้ว ประชาชนยังเป็นนายนักการเมือง ไม่ใช่เลือกแล้ว ส.ส.มาเป็นนายของประชาชน” ว่าที่ ร.ต.พณนคร ดิวรางกูร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.พณนคร กล่าวอีกว่า เหตุที่ตนพูดเรืองนี้ เพราะขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร มีนักการเมืองหัวโบราณ เตรียมเริ่มเรียกเก็บบัตรประชาชนอีกแล้ว จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่าให้ความร่วมมือ เพราะเท่ากับเขาเตรียมเอาเงินมาฟาดหัวเรา เขากำลังดูถูกเรา การพัฒนาจังหวัดพิจิตรจะไม่เกิดขึ้นประเทศชาติจะไม่เจริญเพราะจะมีการซื้ออำนาจประชาชนไปอีกครั้ง เป็นการทุ่มเงินเพื่อซื้อในเชิงการลงทุนทางธุรกิจแล้วเข้าไปปู่ยี่ปู่ยำเงินงบประมาณแผ่นดินและจัดการผลประโยชน์ธุรกิจขนาดใหญ่ของพรรคพวกในพรรคการเมืองของตนเอง ประชาชนก็ลำบากเหมือนเดิมไม่มีใครมาช่วยไม่มีใครพูดความจริงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่สูญหายไปจำนวนหลานแสนล้านในยุคการปกครองแบบเผด็จการรัฐสภา


“เรื่องการเรียกเก็บบัตรประชาชนของนักการเมืองบางคนผมต้องการพิสูจน์ความเข้มแข็งของ กกต.ชุดปัจจุบัน ว่าบังคับใช้กฎหมายได้หรือไม่ หรือจะเป็นเป็นแค่เสือกระดาษเหมือนเดิม, นั้นผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง กกต.จังหวัดพิจิตรและส่วนกลาง มีข้อมูลในมือ และสามารถดำเนินคดีได้แต่ห่วงว่า จะมีความจริงจังแค่ไหน เพราะในอดีตนักการเมืองเก่าแก่ในจังหวัดพิจิตรเดินเกมทางการเมืองได้ถึงกำหนดคนของตัวเองเข้าไปนั่งใน กกต.จังหวัดพิจิตรได้ จึงอยากให้ กกต.จังหวัดพิจิตร ชุดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีนักการเมืองคนใดวางเกมส์เอาท่านมานั้ง กกต.และผู้ตรวจการเลือกตั้ง เหมือนในอดีตที่ผ่านมา” ว่าที่ ร.ต.พณนคร กล่าว