หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านเมืองต...

ชาวบ้านเมืองตรัง ส่งจม.ถึงนายกฯประยุทธ์ วอนติดตามพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมือง กลับคืนมา

26.04.16 | 13:40 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง เมือวันที่ 26 เมษายน ถึงความคืบหน้ากรณีพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง สูญหายไปจากวัดหัวถนน หมู่ 6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อปี พ.ศ. 2525-2526 ทั้งนี้หลังจากที่นายดำรง ลีนานุรักษ์ อดีตรองอธิการบดี ม.แม่โจ้ และนายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ด้านประวัติศาสตร์ ออกมาแสดงความเห็นให้ทางจังหวัดตรัง ช่วยกันติดตามนำพระพุทธสิหิงค์ กลับคืนสู่จังหวัดตรัง ปรากฏว่า ขณะนี้ ทั้งประชาชน ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมน รวมถึง ฝ่ายสงฆ์ ต่างออกมาแสดงความเห็นด้วย ในอันที่จะติดตามนำพระพุทธสิหิงค์ กลับคืนมาเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง กราบไหว้สักการบูชา เป็นมิ่งขวัญของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดตรัง โดยมีการติดตามผ่านรูปแบบต่างๆ จนกลายเป็นกระแสที่ประชาชนชาวจังหวัดตรังหันมาให้ความสนใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า โดยก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้าน จากตำบลนาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง (นายศักยภพ ชิดเชื้อ บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 6 ถนนเทศบาล 17 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง …ขอปกปิดชื่อและที่อยู่) เขียนจดหมาย ถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 11ธันวาคม 2558 เพื่อร้องขอให้ติดตามสืบค้นพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง ที่สูญหายกลับคืนมา

โดยที่จดหมายดังกล่าวระบุว่า ตามที่พระพุทธสิหิงค์ พระประจำจังหวัดตรัง ซึงตามหลักฐานที่สืบทราบกันว่า พระพุทธสิหิงค์องค์นี้ พระนางเลือดขาวอัญเชิญาจากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐานที่วัดพระพุทธสิหิงค์ อ.นาโยง จ.ตรัง ต่อมาย้ายมาประดิษฐานที่วัดหัวถนน ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งทุกๆปีของวันสกรานต์จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาสรงน้ำ แห่รอบเมือง เพื่อให้ชาวจังหวัดตรังได้กราบไหว้บูชา และขอพร และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2526 พระพุทธสิหิงค์ได้สูญหายไปจากวัด

จดหมาย ยังระบุอีกว่า หลังจากนั้นทางจังหวัดก็ได้มีการติดตามสืบค้นมาอย่างต่อเนื่อง เพียงทราบว่าอยู่ที่บ้านคุณนายท่านหนึ่ง และก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่านี้ และคิดว่าน่าจะมรสาเหตุมาจากความเกรงอกเกรงใจละกลัวกฎหมายของบ้านเมือง จึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ และในตอนนี้ท่านเป็นผู้นำประเทศที่มีความกล้าหาญที่ได้ต่อสู้ปราบปรามต่อสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยมิได้ละเว้นต่อผู้ใด และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และคนไทยเราอยากให้ท่านนำพาประเทศไปเป็นประเทศที่ใสสะอาดตลอดไป

“และคิดว่าช่วงที่ท่านปฎิบัติหน้าที่อยู่สามารถทำได้ สำหรับบุคคลอื่นนั้นยอมรับว่าสิ้นหวัง สำหรับเรื่องพระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายไป ชาวตรังและพุทธศาสนิกชนก็เชื่อมั่นในตัวท่านว่าสามารถนำกพระพุทธสิหิงค์ กลับคืนสู่จังหวัดตรังได้อย่างแน่นอน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนชาวจังหวัดตรัง และช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความก้าวหน้าและมั่นคงตลอดไป”

Advertisement

จดหมาย ระบุในตอนท้ายว่า กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากท่านเป็นอย่างดียิ่ง ในกาติดตามสืบค้นหาพระพุทธสิหิงค์ พระประจำจังหวัดตรังกลับคืนมา และท้ายนี้ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและบารมีขององค์พระพุทธสิหิงค์จงอำนวยพรให้ท่านมีความเจริญก้าวหน้านำพาประเทศ และประชาชนไทยให้ได้รับความสุขทั่วหน้ากัน ดังที่ท่านมีความตั้งใจไว้คือ คืนความสุขให้คนไทย

ด้านนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดขอร้องให้ ผู้ที่ที่มีองค์พระพุทธสิหิงค์ กรุณา มอบองค์พระให้คนตรัง หรือติดต่อผ่านผมๆยินดีที่จะไปรับ ผมพอที่จะหาผู้เชี่ยวชาญไปดูว่าองค์พระดังกล่าวถึงยุคนั้นหรือไม่ เช่นเนื้อองค์พระ แม้ว่าจะไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง แต่ถ้าเป็นองค์พระที่เก่าแก่ เชื่อว่าคิดว่าถ้าเชิญกลับมาเมืองตรัง ก็คงเป็นที่พอใจของคนตรัง นี่เป็นแนวทางหนึ่ง หรืออีกแนวทางของคณะทำงานที่ผ่านมาซึ่งยุติไป ว่าอยากจะสร้างพระพุทธสิหิงค์ไว้เป็นพระคู่บ้านคูเมืองตรังขึ้นมาใหม่ แต่เป็นองค์ใหญ่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาคุยกันอีกครั้ง ว่าจะทำกันอย่างไร ถ้ามีข้อมูลปฐมภูมิ ๆทางจังหวัดก็มีความยินดี แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มี แม้แต่ในหลายเรื่อง