เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภาค 7 สั่งการให้ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูน รอง ผบช.ภาค 7 ร่วมกับ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พ.ต.ท.สนธยา ฉายเกียรติขจร สว.สส.สภ.ไทรโยค พ.ต.ต.ศรายุทธ ศรีมัญจาบุรี สว.กก.5 บก.ปทส.ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรโยค ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ภ.จว.กาญจนบุรี รวมกว่า 40 นาย เดินทางไปบริเวณที่นายตาต้า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ แจ้งว่า เป็นจุดยิงและล่าสัตว์ป่า (หมีขอ) บนต้นไทร ด้วยอาวุธปืนลูกกรด ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างจากป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์เต่าดำ ประมาณ 30 เมตร และห่างจากจุดที่นายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ ปลัดแมน อดีตปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกตั้งแคมป์นอนพัก 300 เมตร เพื่อเก็บหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำมาประกอบในสำนวนคดี โดยเฉพาะคราบเลือดของหมีขอ และปลอกกระสุนปืน ที่บริเวณต้นไทรในป่า ภายในเขตสำนักสงฆ์เต่าดำอีกครั้ง รวมทั้งอีก 2 จุดที่ยังไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือ จุดทิ้งซากหมีขอ ซึ่งห่างจากจุดที่กลุ่มออฟโรดของผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุม ประมาณ 1.1 กิโลเมตร และจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่ายิงปืนแก้บน ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาพลู เพื่อให้หลักฐานแน่นหนาพอที่จะมัดตัวผู้กระทำผิดในครั้งนี้ได้
สำหรับการเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุมีระยะทางประมาณ 70-80 กม. ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 4-5 ชั่วโมง จึงจะไปถึงจุดดังกล่าว เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางออฟโรด การเดินทางยากลำบาก ทุลักทุเล ขึ้นลงเขาลาดชัน ที่มีสภาพเส้นทางในป่าค่อนข้างหฤโหด และต้องข้ามลำห้วยเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทาง ยานพาหนะที่ใช้ต้องเป็นรถโฟร์วีลขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น คาดว่าในช่วงค่ำ ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงจะปฏิบัติภารกิจสำเร็จและเดินทางกลับออกมาจากผืนป่า

