หน้าแรก ภูมิภาค โผล่อีก!! เจ้...

โผล่อีก!! เจ้าของแพเมืองกาญจน์ล่าสัตว์ใน อช.เขื่อนศรีนครินทร์ ถลกหนังกระต่ายป่า-แล่เนื้อกวาง

13.10.18 | 20:52 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่สายตรวจประจำอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ นำโดยนายอำพล ไหลยิ้ม ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ (ส่วนกลาง) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ให้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ท้องที่เขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้เรือตรวจการณ์ลาดตระเวน

ขณะตรวจมาถึงบริเวณพื้นที่ป่าเขาตะแขง หมู่ที่ 2 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณพิกัด 47P 0516984 E 1651869 N พบแพพักอาศัย และบุคคลชาย 1 คน อยู่บนแพ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบและตรวจค้นแพดังกล่าว ที่พบบุคคลชายคนหนึ่งได้แสดงตนเป็นเจ้าของแพทราบชื่อภายหลังว่า นายสุรชาติ สรพรม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 2 ตำบลเขาสิบหาบ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี จากการตรวจสอบบนแพพบ อาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ขนาด.22 แขวนอยู่บนแพเก็บของ พร้อมซองบรรจุกระสุนปืน จำนวน 5 นัด จำนวน 1 กระบอก สภาพพร้อมใช้งาน และตรวจพบซากสัตว์จำนวนหนึ่งใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในถังน้ำแข็ง เป็นซากกระต่ายป่า (ถลกหนังแล้ว) จำนวน 1 ซาก ชั่งน้ำหนักได้ 1.5 กิโลกรัม และซากกวางป่า (ชิ้นเนื้อไม่ทราบว่าส่วนใด) ชั่งน้ำหนักได้ 1.5 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังตรวจพบกระเป๋าสะพายสีดำวางไว้บนชั้นวางของบนแพเก็บของ จำนวน 1 ใบ ภายในกระเป๋ามีโซ่ของเลื่อยโซ่ยนต์จำนวน 2 เส้น และข้างกระเป๋าใบดังกล่าวพบแผ่นบังคับเลื่อยโซ่ยนต์ ขนาด 32 นิ้ว จำนวน 1 แผ่น และพบกระสุนปืนขนาด .22 วางไว้บนหลังตู้กับข้าว จำนวน 23 นัด

โดย นายสุรชาติ ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า อาวุธปืนเป็นของตนเอง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ล่าสัตว์ป่าของกลางดังกล่าว โดยอ้างว่าไปซื้อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา 6 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา 16(13) และมาตรา 27 ฐานนำเครื่องมือ ล่าสัตว์ หรืออาวุธเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 16 (15) และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2504 ฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พุทธศักราช 2545 มาตรา 4 และมาตรา 17 ฐานห้ามมิให้บุคคลใดเก็บหาของป่าภายในป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 15 และมาตรา 27 และฐานห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ เพื่อทำการสอบสวนขยายผลพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement