กรมชลประทานชี้แจงกรณีการบริหารจัดการน้ำเขื่อนน้ำอูน และการระดมเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร พร้อมลงพื้นที่สำรวจเพื่อเยียวยาเกษตรกรหลังน้ำลด
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูนได้ระบายน้ำให้อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำสูงสุดมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 เพื่อเตรียมรับน้ำฝนที่จะเข้ามาใหม่ และได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เพื่อกำหนดเวลาการส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกพืชช่วงฤดูฝนปี 2561 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเป็นประธาน และมติที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 รวม 107 วัน แต่เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงและหย่อมความกดอากาศต่ำพัดผ่านทำให้เกิดฝนตก ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 204 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างรวมกว่า 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นจากเดิม 370 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 520 ล้านลูกบาศก์เมตร จนอยู่ในระดับเก็บกัก และเริ่มมีน้ำล้นอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ในวันที่ 2 สิงหาคม 2561 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูนได้ระบายน้ำออกจากเขื่อนประมาณวันละ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งศักยภาพของลำน้ำอูนช่วงที่แคบที่สุดขณะนั้นสามารถรับน้ำได้ประมาณ 7.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากนั้นน้ำในลำน้ำอูนจะไหลลงสู่ลำน้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม และไหลลงลำน้ำโขงในลำดับต่อไป
ต่อมาเกิดฝนตกหนักขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำอูนอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มมากขึ้น และล้นทางระบายน้ำล้น (Spiilway) ประกอบกับมีน้ำจากลำห้วยปลาหางและลำน้ำสาขาต่างๆ ไหลมาบรรจบ ทำให้มีมวลน้ำปริมาณมากที่ไหลผ่านลำน้ำอูนบริเวณ อำเภอนาหว้า และอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณกว้างที่มักเกิดน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำเกือบทุกปี ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งท่วมบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 กรมชลประทานเร่งให้ความช่วยเหลือโดยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ประตูระบายน้ำหนองบัวอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 8 เครื่อง และที่ประตูระบายน้ำน้ำอูน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม จำนวน 12 เครื่อง ทันทีเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำสงคราม
นอกจากนี้ กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำถุงยังชีพ ทั้งเครื่องดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้งนำรถบรรทุก 4 ตัน จำนวน 2 คัน เข้าช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม ปัจจุบันสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะปกติแล้ว






