เมื่อเวลาก่อน 12.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 กล่าวภายหลังการเรียกแกนนำกลุ่มชาวไทยราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ รวมทั้งสิ้น จำนวน 12 คน เพื่อรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงและความต้องการของชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ ในเรื่องสิทธิที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ว่าไม่ใช่เป็นการเรียกพบตัว ต่อไปต้องทำหนังสือให้มีความนิ่มนวล ต่อไปในอนาคต เนื่องจากอาจจะมีการตีความ หนังสือที่แจ้งถึงผู้เกี่ยวข้องในทำนองที่เข้มงวด และความประสงค์จริงๆ คือ ต้องการได้รับข้อมูลที่บริสุทธิ์จากกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดได้ทุกทาง โดยที่ไม่มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาร่วมด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการโต้ตอบกัน
พล.ต.ธีร์ณฉัฎฐ์กล่าวว่า จากการพูดคุยในเบื้องต้น ยังไม่ครบถ้วนในเรื่องข้อมูล และในตอนนี้ได้ทำหนังสือเชิญอีกฝ่ายไปแล้วคือทางบริษัท บารอนเวิล์ดเทรด จำกัด เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกันว่าเขาสามารถดำเนินการให้ได้แค่ไหนอย่างไร จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติอย่างไร ก็ต้องมาพูดคุยกัน ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย วันนี้ก็เป็นการมาเอาข้อมูลเพื่อหาวิธีให้ทุกอย่างสงบ มีความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้มีการพูดคุยกับทางบริษัทบารอนแล้ว เชื่อว่า น่าจะมีทางออกที่ดี

ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีที่ทางผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ได้มาขอข้อมูลจากชาวเลราไวย์ วันนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้วว่า การออกเอกสารสิทธิน่าจะมีความไม่ชอบ ตั้งแต่เป็น สค.1 ในส่วนของการแก้ปัญหาชาวเลตามมติ ค.ร.ม. ปี 2553 เห็นว่านายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก คิดว่าจะต้องยกระดับการแก้ปัญหาเป็นคณะทำงานระดับชาติที่จะให้เป็นไปตามมติ ครม. ที่ต้องการให้มีการฟื้นฟูวิถีชีวิต ซึ่งชาวเลใน 6 จังหวัดอันดามัน ได้รับผลกระทบทั้งจากนโยบายการท่องเที่ยวและทั้งจากการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลด้วย
“ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะทำหน้าที่ที่จะทำให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของชาวเลซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด แล้วก็มีกติกาสากลว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ที่ประเทศไทยเคยไปเป็นภาคีไว้ อาจจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ตนคิดว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม น่าจะกำลังหาทางในการที่จะทำให้การแก้ปัญหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งมหาดไทย กรมที่ดิน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คิดว่าคงทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน” นางเตือนใจ กล่าว
ทั้งนี้ การเรียกกลุ่มแกนนำชุมชนชาวเลราไวย์เข้าพบ สืบเนื่องจากเกิดกรณีพิพาทระหว่างชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ กับบริษัทบารอน เวิรลด์เทรด จำกัด ซึ่งอ้างสิทธิในที่ดินกว่า 33 ไร่ พยายามเข้ามาดำเนินการปิดทางเข้า-ออก เพื่อพัฒนาพื้นที่ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับชุมชนชาวเลราไวย์ ที่ไม่สามารถใช้เส้นทางเข้า-ออก ตั้งแต่แนวรอยต่อของชุมชน ไปยังศาลาบาลัย เพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อได้ เนื่องจากเส้นทางดังตัดผ่านที่ดินของ บริษัทบารอน จนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเรื่อยมา และมีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้งสองฝ่าย และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ทำให้ทางมณฑลทหารบกที่ 41 จึงได้มีการเรียกพบกลุ่มแกนนำชาวไทยใหม่ราไวย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนเอง ขอมาเข้าร่วมด้วยหากเชิญบริษัทมาชี้แจงกับทหาร โดยถ้าเป็นไปได้ น่าจะเป็นนายชาลี โสภณพนิช มาชี้แจงด้วยตนเองมากกว่า ที่จะมอบหมายให้ผู้แทน ที่อาจจะไม่มีอำนาจตัดสินใจ

