เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ สภ.บ้านกลาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พ.ต.อ.นิคม พรหมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก พ.ต.ท.ศตพล เอี่ยมโซ้ รอง ผกก.ป.สภ.หล่มสัก ร.ต.อ.วิชัย สิทธิ หน.ชป.ตชด.31 จ.เพชรบูรณ์ นายอำนาจ พูนยอด ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอหล่มสัก ร่วมแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ค้ากัญชารายใหญ่ของ จ.เพชรบูรณ์ โดยได้ผู้ต้องหายกแก๊งรวม 3 คน ได้แก่ นายพิบูลย์ อ่อนสี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 18 ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นายศราวุฒิ พรหมพิมพ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 12 ต.บ้านต้อง อ.เซา จ.บึงกาฬ และนายจรัญ คำเพียร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 6 ต.บ้านกลาง อ.หล่มสัก พร้อมของกลางกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 50 แท่ง น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม มูลค่า 400,000 บาท

โดยเจ้าหนาที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หล่มสัก และชุดปฏิบัติการ ตชด.31 จ.เพชรบูรณ์ ร่วมกันสืบทราบว่านายพิบูลย์ อ่อนสี นายจรัญ คำเพียง และนายศราวุธ พรหมพิมพ์ มีพฤติการณ์ร่วมกันจำหน่ายและค้ายาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ในเขตพื้นที่ ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก จึงรายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นวางแผนจับกุมด้วยวิธีล่อซื้อกัญชาจากนายพิบูลย์ โดยตกลงซื้อขายกัญชาแห้งจำนวน 50 ก้อน ราว 50 กิโลกรัม ราคา 400,000 บาท พร้อมนัดหมายรับกัญชากันบริเวณบ้านเลขที่ 175 หมู่ 18 ต.ลานบ่า กระทั่งเมื่อมีการส่งมอบกัญชาล็อตดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม จนได้ของกลางกัญชาอัดแท่งตามจำนวนดังกล่าว
พ.ต.อ.นิคมกล่าวว่า ในการจับกุมกัญชาล็อตนี้ถือเป็นล็อตใหญ่ของท้องที่ สภ.หล่มสัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกาะติดเบาะแสกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายนี้เป็นเวลานานหลายเดือนกว่าผู้ต้องหาจะไว้ใจและตกลงทำการซื้อขายกัญชาล็อตนี้ โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ตุลาคม ชุดจับกุมได้ใช้เงินสด 400,000 บาท ล่อซื้อกัญชาที่บ้านของนายพิบูลย์ อ่อนสี โดยหลังถูกจับกุมนายจรัญให้การปฏิเสธ ส่วนนายพิบูลย์และนายศราวุฒิให้การรับสารภาพว่า ซื้อกัญชาล็อตนี้มาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านจังหวัดบึงกาฬ และนำมาขายให้ลูกค้าใน จ.เพชรบูรณ์ อีกหลายอำเภอ
พ.ต.อ.นิคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างว่าเพิ่งทำครั้งแรก จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีในฐานความผิด ร่วมกันจำหน่ายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชาอัดแท่ง) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สำหรับประวัตินายพิบูลย์ อ่อนสี เคยถูกจับกุมคดีเสพกัญชามาก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อจึงจะได้สืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

