หน้าแรก ภูมิภาค ชุมชนเฟอร์นิเ...

ชุมชนเฟอร์นิเจอร์รากไม้นาพูน ยันป่าไม้ไม่ได้เรียกรับเงิน

16.10.18 | 17:42 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม หลังจากมีข่าวลือทางโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินล้มคดีถูกจับแปรรูปไม้ในบ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดยนายเสน่ห์ แสนมูล หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังชิ้น พร 14 บ้านแม่แปง ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ สวนป่าแม่สูง-แม่สิน สวนป่าวังชิ้น สวนป่านาพูน สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่ทหารจากค่าย ม.พัน12 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดสายตรวจป่าไม้จำนวน 50 นาย โดยมีนายสรวีย์ วงปัญญาไว ปลัดประจำตำบลนาพูน อ.วังชิ้น ร่วมเป็นประธานการพูดคุยในข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่สหกรณ์เฟอร์นิเจอร์บ้านนาพูน หมู่ที่ 10 บ้านนาพูนพัฒนา ต.นาพูน อ.วังชิ้น

นายเสน่ห์ กล่าวในที่ประชุมถึงระเบียบการทำไม้ การทำสิ่งประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ และการจำหน่าย พร้อมทั้งการเก็บภาษี ต้องมีกฎหมายควบคุมหลายด้าน โดยเฉพาะในการทำเฟอร์นิเจอร์จากเศษไม้ของบ้านนาพูน มีปัญหามากในเรื่องของที่มาของไม้ วัตถุดิบในการทำเฟอร์นิเจอร์ ้ ซึ่งชาวบ้านใช้เศษรากไม้ปลายไม้ที่มีอยู่ในป่ามาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ แต่วัสดุดังกล่าวกำลังหมดไปจากป่าแล้ว สิ่งที่จะทำต่อคือการซื้อไม้ถูกต้องจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ในเรื่องนี้ชาวบ้านไม่ถนัดที่จะประกอบธุรกิจตามกฎหมายอย่างถูกต้องทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการหาวัตถุดิบมาทำเฟอร์นิเจอร์ มีการผ่อนปรนด้านกฎหมายหลายด้าน แต่หากยังพบว่ามีการกระทำผิดโดยซึ่งหน้า ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ต้องดำเนินการจับกุม ไม่สามารถละเว้นได้ แต่การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรอมชอม


นายมานัส คำหุ่น รองนายก อบต.นาพูน กล่าวในที่ประชุมว่า ปัจจุบัน ไม้จากเศษไม้ปลายไม้ที่ชาวบ้านเก็บมาทำเฟอร์นิเจอร์เริ่มหมดไป สิ่งที่จะดำเนินการต่อก็คือการเอาไม้มาจากสวนป่า ซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่ในหัวไร่ปลายนาของเกษตรกร และไม้สวนป่าจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ตนในฐานะ เป็นผู้บริหารท้องถิ่นได้เสนอต่อสภาท้องถิ่นให้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อแก้ปัญหาการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ ก็ต้องขอขอบคุณ ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาอำนวยความสะดวกส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปทางโซเชียลเป็นเรื่องเข้าใจผิด และเป็นเรื่องที่มีกลุ่มคนภายนอกที่ไม่ทราบข้อมูลภายใน นำเรื่องราวมาปะติดปะต่อ แล้วนำไปสื่อสารทางโซเชียลว่าป่าไม้เรียกรับเงิน ในฐานะที่เป็นชาวบ้านนาคูณ ขอยืนยันว่า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ไม่เป็นความจริง แต่ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ผ่อนปรน และเกื้อหนุนชาวบ้านเสมอมา

นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีข่าว การเรียกรับเงิน แก้ไขคดี พระราชบัญญัติป่าไม้ ที่เกิดขึ้นได้รายงานให้หน่วยเหนือทราบ และได้เข้ามาทำความเข้าใจในพื้นที่ก็พบว่าเป็นข่าวลือที่มีคนภายนอกนำข้อมูลออกไปสื่อสาร ขณะนี้ผู้ที่ถูกระบุในข่าวสารดังกล่าวคือผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ได้ทำหนังสือยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ข้อมูล และข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ในฐานะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ได้รับความเสียหายจะนำเรื่องเหล่านี้ ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่สถานีตำรวจภูธรนาพูน และขอให้ผู้ที่กระจายข่าวทางโซเชียลหยุดพฤติกรรม เนื่องจากสร้างผลกระทบความเสียหาย ทั้งหน้าที่การงานและชาวบ้านในพื้นที่เอง

Advertisement