วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ความคืบหน้าแผนปฏิบัติการกวาดล้างคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่แหล่งท่องเทียวเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ตามนโยบายรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.รรท.ผบช.สตม. ที่สั่งการให้เร่งรัดกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรณีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออนุญาตสิ้นสุด
พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ทองคำ รอง ผกก.ตม. ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย และทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่45 ประจำพื้นที่เกาะสมุย นำกำลังเข้าตรวจค้นที่ บี.เค.สมุย เรสซิเด้นท์ เลขที่ 24/64 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่าสถานที่ดังกล่าวมีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอินเดียเป็นบุคคลที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุดและยังเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
จากการตรวจสอบพบนายเกอร์พรีต ชิง เบดิ อายุ 49 ปี สัญชาติอินเดีย เจ้าของบี.เค.สมุย เรสซิเด้นท์ และเป็นบุคคลตามที่สายลับแจ้งไว้ จึงได้ขอดูหนังสือเดินทางพบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว 15 วัน เมื่อครบกำหนดอนุญาตวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ได้มายื่นขออยู่ต่อที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุยจนครบอนุญาตวันที่ 12 มกราคม 2559 แต่เมื่อครบกำหนดแล้วนายเกอร์พรีต ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด แต่กลับหลบซ่อนตัวอยู่บนเกาะสมุยเป็นเวลา 1,006วัน(เกือบ3ปี) จนถูกเจ้าหน้าทีจับกุมตัวดำเนนคดี
พ.ต.อ.วันชนะ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมมานานแต่ไม่พบตัว และคาดว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่พักดังกล่าวโดยไม่ยอมออกไปไหน ซึ่งลูกกับภรรยาซึ่งเป็นคนไทยไม่ให้ข้อมูลของผู้ต้องหากับเจ้าหน้าที่ จนทางตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีสนธิกำลังร่วมกับทหาร กกล.รส.มทบ.45 แจ้งว่าจะใช้อำนาจตาม ม.44 เข้าตรวจค้น ผู้ต้องหาจึงได้ยอมออกมาให้จับกุมแต่โดยดี
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเกอร์พรีต ชิง เบดิ อายุ 49 ปี สัญชาติอินเดีย เป็นเจ้าของธุรกิจ บี.เค.สมุย เรสซิเด้นท์ และร้านตัดเสื้อสูทในหาดเฉวง อยู่ประเทศไทยมานานจนมีภรรยาคนไทย มีบุตรด้วยกัน เดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง เคยถูกดำเนินคดีครอบครองอาวุธปืน และบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน จนถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไม่สามารถต่อวีซ่าได้ จึงแอบซ่อนตัวเรื่อยมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเกอร์พรีต ชิง เบดิ อายุ 49 ปี สัญชาติอินเดีย ว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด(อยู่เกิน1,006 วัน) พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

