เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกว่า 50 คน นำโดยนายสำเร็จ กันยาสนธิ์ อายุ 58 ปี นายเฉลิมพงษ์ บาริศรี อายุ 56 ปี และนางวันเพ็ญ ภูทองเทียม อายุ 52 ปี โดยทั้งหมดเป็นชาวบ้านโปร่งแค หมู่ 8 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้มายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อถอดถอนนายบุญยืน ไชยสัตย์ ผู้ใหญ่บ้านโปร่งแค หมู่ 8 กรณีกล่าวหาว่าประพฤติตนไม่เหมาะสม และขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณโครงการต่างๆ ของหมู่บ้านทุกโครงการ เนื่องจากการบริหารงานส่อไม่โปร่งใส โดยมีนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเป็นผู้รับเรื่อง และให้คำปรึกษา
นายสำเร็จ กล่าวว่า ตนแ ละชาวบ้านโปร่งแค หมู่ 8 กำลังได้รับความเดือดร้อน เป็นทุกข์ใจ ดำเนินชีวิตอย่างหวาดระแวง กับพฤติกรรมการทำตัวไม่เหมาะสมของผู้ใหญ่บ้าน ทั้งการใช้คำพูดที่หยาบคายกับชาวบ้าน และภิกษุสามเณร ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังชอบพกพาอาวุธในที่สาธารณะ ซึ่งชาวบ้านโปร่งแค หมู่ 8 ต่างทนไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว จึงร่วมปรึกษาหารือ ก่อนนำความเดือดร้อนทุกข์ใจไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยางตลาด แต่ไม่สำเร็จ จึงได้พากันลงชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง และร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้จ่ายโครงการต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และความถูกต้องเป็นธรรมต่อไป
นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ตน และญาติพี่น้อง กำหนดจัดงานบุญกฐินในวันที่ 3 พฤศจิกายน พอทราบว่าตนจะเป็นเจ้าภาพทำบุญกฐิน ได้บอกไม่ให้นำเงินทำบุญทั้งหมดไปมอบให้วัด เห็นผิดสังเกต และผิดปกติ จึงแจ้งต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) กาฬสินธุ์ ก่อนที่ พศจ.กาฬสินธุ์จะส่งเจ้าหน้าที่ลงมาประชุมชี้แจงที่วัดประจำหมู่บ้าน แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ยังยืนยันที่จะทำบุญทอดกฐินถวายวัดตามประเพณี ตามที่ปวารณาบุญไว้ ถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านจะเข้ามาขัดขวางก็ตาม
ด้านนายไชยา กล่าวว่า หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์กับชาวบ้านโปร่งแค หมู่ 8 แล้ว ได้เสนอนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามลำดับชั้น อย่างไรก็ตาม การลงชื่อถอดถอนผู้ใหญ่บ้านกระทำได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้ให้คำแนะนำทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ในขั้นตอน วิธีการลงชื่อถอดถอน ส่วนผลที่จะออกมาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางอำเภอยางตลาด ว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือวินิจฉัยข้อเรียกร้องของชาวบ้านอย่างไร ดำเนินการช้าเร็วแค่ไหน ขณะเดียวกันผู้ถูกร้องสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้เช่นกัน โดยมีห้วงเวลากำหนดตามกรอบกฎหมาย ทั้งนี้ จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย




