
•…เสร็จสิ้นลงแล้วกับ 9 วัน ในห้วงช่วงเทศกาล “กินเจ” อิ่มบุญ อิ่มใจในการละเว้นเนื้อสัตว์ ลองแอบส่องจังหวัดใหญ่ๆ เขาจัดงานอะไรบ้าง อย่าง ศาลเจ้าหล่ายถู่ต่าวโบ๊เก้ง หรือ ศาลเจ้ากะทู้ ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่สุด และเป็นจุดกำเนิดประเพณีถือศีลกินผักของภูเก็ต จัดพิธีอิ้วเก้งแห่พระรอบเมือง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวออกมาตั้งโต๊ะรับพระ และชมขบวนจำนวนมาก โดยขบวนม้าทรงทั้งชาย-หญิงของศาลเจ้า ใช้อาวุธทิ่มแทงทรมานกาย เพื่อรับเคราะห์แทนผู้ร่วมถือศีลกินผัก ขณะเดียวกันมีบรรดาม้าทรงสูงอายุของศาลเจ้าที่ยังทำหน้าที่สืบทอดประเพณีถือศีลกินผักบางคนนั่งรถแห่มาพร้อมๆ กับขบวนเพื่อให้พรแก่ผู้ร่วมรับพระด้วย งานกินเจของ จ.ภูเก็ต นอกจากจะมีความยิ่งใหญ่แล้ว ยังถือเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนกันทุกปี เพราะมีขบวนแห่ม้าทรงอันน่าชมและหาดูยากยิ่ง
•…ใครที่ยังไม่มีที่พักต้องรีบจับจอง กลัวถึงวันงานโรงแรมอาจเต็มทุกแห่ง เพราะงาน “ไหลเรือไฟ” ที่ จ.นครพนม เขาสวยงามอลังการ ทุกคืนจะมีการไหลเรือไฟโชว์วันละ 1 ลำ ส่วนไฮไลต์ที่ต้องไม่พลาด คือการจัดประกวดไหลเรือไฟ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่มากถึง 14 ลำ ในค่ำคืนวันออกพรรษา 24 ต.ค.ที่สุดงดงาม แถมยังมีความสว่างไสว ด้วยการประดับประดาตะเกียงไฟมากถึง 30,000-40,000 ดวงทีเดียว อานิสงส์ของงานนี้ ทุกปีจะมีเงินสะพัด ปีละกว่า 100 ล้านบาท ใครที่ยังไม่เคยยลต้องไปเยือน งานนี้เขาจัดถึงวันที่ 25 ต.ค.เท่านั้น
•…ช่วงนี้จังหวัดใหญ่กำลังรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวอย่างหนัก หลังหลายเหตุปัจจัยทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง จนเป็นปัญหาสำคัญ เพราะทัวร์จีนที่เข้ามานั้นได้สร้างงาน สร้างรายได้ สำหรับเมืองท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างที่ “เชียงใหม่” บุญทา ชัยเลิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยถึงเรื่องนี้อย่างน่าฟังว่า ปัญหาหลักคือความไม่พร้อมของรัฐบาล ไม่สามารถจัดระเบียบ และตอบสนองนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ ทั้งยังมีการเรียกเก็บเงิน 300 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการจีนไม่พอใจไทยจึงรวมตัวกันไม่ส่งทัวร์เข้ามา ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขในระดับรัฐบาลเท่านั้น เอกชนไม่สามารถดำเนินการได้ “ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ” เอาละสิ งานนี้หน่วยงานเจ้าภาพหลักจะว่าไง
•…ย่างเข้าปลายฝนต้นหนาว ภาคเหนือของไทยยอดดอยหนาวเย็นลง อย่าง “ยอดดอยอินทนนท์” อุณหภูมิลดจนนักท่องเที่ยวต้องค้นกรุเสื้อกันหนาว งัดมาใส่ถ่ายรูปให้ได้ฟินเว่อร์กันไป ส่วนอีสานฝนยังไม่ทันไปไหน แล้งเริ่มมาเยือนซะแล้ว อย่าง “มหาสารคาม” แล้งจัด ข้าวในนาไม่ออกรวงเพราะขาดน้ำ ชาวนา อ.วาปีปทุม ต้องทิ้งนากว่า 30 ไร่ จำใจปล่อยวัวกินข้าวในนา ด้วยข้าวเริ่ม “หมดอายุขัย” ตามภาษาที่ชาวนาเรียก ไม่ตั้งท้องออกรวง เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ชาวนาจึงจำใจปล่อยวัวควายเข้ามากิน ดีกว่าทิ้งให้เปล่าประโยชน์ แต่ก็โอดว่าขาดทุน งวดหน้าคงต้องกู้เงินมาทำนารอบใหม่ ระกำใจกันไปอีก
•…จากปัญหาราคา “มะพร้าว” ตกต่ำที่ประจวบคีรีขันธ์ สัปดาห์นี้ราคา “ปาล์มน้ำมัน” ดันร่วงหนัก ในรอบกว่า 20 ปี ชาวกระบี่จึงรวมตัวกันนำรถขนผลผลิตปาล์มน้ำมันกว่า 200 คัน มาเทหน้าศาลากลางจังหวัด เรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคาปาล์ม ที่เวลานี้ราคาอยู่ที่ 2.50-2.80 บาท โดยยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐ ประกาศรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน ที่ราคา 4.50 บาทต่อ กก. งานนี้หน่วยงานเจ้าภาพหลักอย่ามัวรีรอ ปัญหาปากท้องชาวบ้านต้องรีบแก้ก่อนจะบานปลายกลายเป็นไฟลามทุ่ง
นางสาวรักดี
