รักษาการ ผบช.สตม.ยันเซ็นย้าย ผกก. – รอง ผกก. – สว.ตม.เชียงใหม่ เหตุบ่งบอกการทำงานขาดประสิทธิภาพ หลังปล่อยนักท่องเที่ยวรอต่อวีซ่านานรวม 6 ชั่วโมง แนะ ผกก. ตม.ต้องเป็นซีอีโอ บริหารจัดการได้ ทำให้นักท่องเที่ยวพึงพอใจ
วันที่ 18 ตุลาคม 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รักษาราชการ ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวถึงกรณีการเซ็นคำสั่งย้าย พ.ต.อ.ชัยรัตน์ รัตนาธรรมวัฒน์ ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่,พ.ต.ท.หญิง วรรณิภา มั่งมีผล รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.หญิง ณพัทธ์สมร มงพลเมือง สว.ตม.จว.เชียงใหม่ มาช่วยราชการที่ ศปก.ตม. ว่า ต้องยอมรับเพราะมีการร้องเรียนเข้ามาหลากครั้งแล้ว ว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวยุโรป และชาวจีนจำนวนมากมารอต่อวีซ่าหน้าด่าน ตม.ใช้เวลานานถึง 6 – 7 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21.00 – 03.00 น. ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับความสะดวกเช่นนี้ บ่งบอกถึงการขาดความมีประสิทธิภาพในการทำงานของหัวหน้าด่าน ฉะนั้นวันนี้การบริการ และความมั่นคงของ ตม.จะต้องทำควบคู่กัน ซึ่งได้ให้แนวทางการปฏิบัติไปแล้ว ด่านใดหรือสนามบินใดที่ท้ายแถวยาวก็ควรจะสลับเจ้าหน้าที่อีกด่านมาช่วย หัวหน้าด่านต้องบริหารจัดการ ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก เช่น ด่านขาเข้าคนมาก ก็เอาเจ้าหน้าที่ด่านขาออกมาช่วย หรือ ถ้าด่านขาออกคนมาก ก็ให้นำเจ้าหน้าที่ด่านขาเข้ามาช่วย ขณะเดียวกันหากท้ายแถวยาว ก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูตั้งแต่ท้ายแถว ไปตรวจเอกสาร เมื่อถึงเคาน์เตอร์จะได้ไม่ติดขัดผ่านได้เลย หรือระดมกำลังมาเพิ่ม หาโต๊ะเก้าอี้มาเพิ่ม และถ้านักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ก็ควรหาน้ำมาให้ดื่มเพื่อเป็นการบริการ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ กล่าวอีกว่า ผกก.ตม. ในฐานะหัวหน้าด่านจะต้องเป็นนักบริหาร เป็นซีอีโอ ทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจ เชื่อใจ และพึ่งพอใจในการบริการ เข้าใจว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยวันนี้กว่า 30 – 40 ล้านคนแล้ว กว่าครึ่งของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หน้าที่ของ ตม.ทุกด่านทั่วประเทศ ต้องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด แม้จะต้องรอบ้างแต่ต้องรวดเร็ว ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตั้งใจและพยายามแล้ว

