หน้าแรก ภูมิภาค แรงสุดในรอบ 3...

แรงสุดในรอบ 30 ปี! ฝนถล่มเมืองกาญจน์พังยับ 3 หมู่บ้าน ต้นตะคึก 100 ปีโค่นยกราก

20.10.18 | 18:33 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายวิฑูรย์ สิริกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี สั่งการให้นายกฤต มังกะโรทัย ปลัดอำเภอเมืองกาญจนบุรี ฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนที่ 2 (อำเภอเมือง) ร่วมกับ พ.อ.มนตรี ธนาวรรณโอภาส เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 17 และเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ และชุดร้อย รส. (อำเภอเมือง) มณฑลทหารบกที่ 17 และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเก่า ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์ลมพายุพัดถล่มในพื้นที่หมู่ 5, หมู่ 7 และหมู่ 13 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

โดยชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ลมพายุเริ่มก่อตัวและใช้เวลาพัดถล่มประมาณ 5 นาที แต่ด้วยกระแสลมที่รุนแรง ส่งผลให้หลังคาบ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกลมพัดปลิวหายไป โดยที่วัดหนองบ้านเก่า กระแสลมได้พัดถล่มจนโครงหลังคาเหล็กที่สร้างปกคลุมพระพุทธรูปบริเวณริมกำแพงวัด พังถล่มลงมาทับเอายอดเศียรของพระพุทธรูปจำนวน 8 องค์หักพังเสียหาย ต้นไม้ในวัดถูกลมพัดล้มเสียหายเช่นกัน

ส่วนที่ศาลเจ้าพ่อเขาแหลม พื้นที่หมู่ 14 ต.บ้านเก่า ต้นตะคึกอายุกว่า 100 ปี ความสูงกว่า 50 เมตร ถูกกระแสลมพัดถล่มจนรากของต้นตะคึกหลุดขึ้นมาจากพื้นดิน โชคดีที่ต้นตะคึกดังกล่าวล้มไปในทิศทางตรงข้ามกับศาลเจ้า ทำให้ศาลเจ้าไม่ได้รับความเสียหาย

Advertisement

ขณะที่บ้านของนายมานิตย์ พวงทอง อายุ 53 ปี ในพื้นที่หมู่ 7 ถูกกระแสลมพัดถล่มจนต้นมะค่าแต้ขนาดใหญ่ล้มทับหลังคาบ้านพังเสียหาย ส่วนบ้านหลังใกล้เคียงกันที่มีผู้สูงอายุอยู่อาศัยกันตามลำพัง 2 คน ลมพายุได้พัดถล่มหลังคาบ้านปลิวเสียหายเกือบทั้งหลัง โดยนายมานิตย์กล่าวว่า ลมพายุพัดถล่มในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว
นอกจากนี้ นาข้าวที่กำลังใกล้จะถึงช่วงเก็บเกี่ยวถูกลมพายุพัดจนล้มพังเสียหายหลายสิบไร่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมทั้งระดมกำลังเร่งช่วยกันตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนและสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบและดำเนินการช่วยเหลือต่อไป